เอกซเรย์ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร พบพังผืดที่ปอด เร่งให้ยาแรงลดอักเสบ

เอกซเรย์ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร พบพังผืดที่ปอด เร่งให้ยาแรงลดอักเสบ

เอกซเรย์ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร พบพังผืดที่ปอด เร่งให้ยาแรงลดอักเสบ

รูปข่าว : เอกซเรย์ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร พบพังผืดที่ปอด เร่งให้ยาแรงลดอักเสบ

ทีมแพทย์ศิริราช เผยอาการผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ล่าสุด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์พบปอดมีการอักเสบ และเกิดพังผืดขึ้นในเนื้อปอดบางส่วน เตรียมใช้ยาแรงตัวใหม่ลดอักเสบ รอลุ้นผล 72 ชั่วโมง พร้อมยืนยัน ยังไม่พิจารณาการปลูกถ่ายปอด

วันนี้ (25 ม.ค.2564) ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปิดเผยอาการล่าสุดของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร โดยระบุว่า ขณะนี้ผู้ว่าฯ ยังใส่ท่อช่วยหายใจตลอดเวลา เนื่องจากมีปัญหาด้านการหายใจ และมีเสมหะมาก ทำให้เสี่ยงติดเชื้อเพิ่มได้ ทีมแพทย์จึงตัดสินใจเจาะคอเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้ผู้ว่าฯ หายใจได้ง่ายขึ้น

ทุกอย่างเรียบร้อยดี ได้แจ้งภรรยาและลูกสาวผู้ว่าฯ แล้ว หลังเจาะคอเสร็จ ทำให้ดูดเสมหะได้ง่ายขึ้น ผู้ว่าฯ หายใจดีขึ้น ลมเข้าปอดได้ดีขึ้น ขณะนี้ไข้ลดลงหมดแล้ว แต่ยังให้ยาปฏิชีวนะควบคุมเชื้ออยู่

ศ.นพ.ประสิทธิ์ ระบุว่า หลังจากเจาะคอแล้ว ทีมแพทย์จะดูดน้ำออกจากหลอดลมเพื่อนำมาตรวจหาเชื้อ COVID-19 อีกครั้ง ขณะเดียวกันจะนำมาตรวจดูเซลล์ในหลอดลมประกอบการตัดสินใจใช้ยาบางตัวด้วย โดยต้องรอดูผลภายใน 72 ชั่วโมง หากได้ผลคาดว่าไม่กี่วันก็จะมีสัญญาณที่ดี พร้อมยืนยันว่า การเจาะคอเมื่อผ่านไป 48 ชั่วโมง ปากแผลก็จะปิด และกลับมาพูดได้เหมือนเดิม คนไข้ที่หนักๆ บางครั้งก็จำเป็นต้องทำ ขอประชาชนอย่ากังวล

นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังได้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อตรวจดูปอดและสมองของผู้ว่าฯ ด้วย โดยพบว่า ปอดมีการอักเสบ และเกิดพังผืดขึ้นในเนื้อปอดบางส่วน ขณะที่หลอดเลือดในปอดและสมองไม่มีอาการผิดปกติ


หลังจากนี้จะมีการให้ยาลดอักเสบชนิดแรงทางเส้นเลือด เพื่อให้ปอดสามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้นควบคู่กับการให้ยาลดการสร้างพังผืด โดยยาชนิดนี้มีรายงานในต่างประเทศว่าได้ให้กับผู้ป่วย COVID-19 เพื่อลดการสร้างพังผืด แต่ยาตัวนี้จะออกฤทธิ์ใน 1 เดือน ระหว่างนั้นมันก็จะทำงานไปเรื่อยๆ

การให้ยา 1 ตัว ก็ต้องคิดถึงผลกระทบทุกด้าน แต่เราไม่เคยมีคำว่าสิ้นหวัง เรายังเชื่อในศักยภาพ ยืนยัน สู้เต็มที่  รอ 72 ชั่วโมง หากยาได้ผล ก็จะเห็นสัญญาณดีขึ้น ผมคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว หลังเจาะคอและเอกซเรย์ทำให้เรามีข้อมูลมากขึ้น

ทั้งนี้ ศ.นพ.ประสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีการปลูกถ่ายปอดด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาปลูกถ่ายปอด แม้ว่าในวารสารทางการแพทย์จะมีรายงานการปลูกถ่ายปอดในผู้ป่วย COVID-19 แต่ผู้ป่วยคนนั้นเนื้อปอดถูกทำลายจนไม่เหลือ และไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้จึงต้องทำ กรณีการเปลี่ยนอวัยวะ นำปอดคนอื่นมาใส่ไม่ใช่เรื่อง่าย และไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะทำได้ ดังนั้น วิธีจะเป็นวิธีสุดท้ายที่จะเลือกใช้ เพราะทีมแพทย์ยังหวังให้ผู้ป่วยอยู่ได้ด้วยอวัยวะของตัวเอง

 

กลับขึ้นด้านบน