"วิรัช" แย้มศึกซักฟอก 16-19 ก.พ.นี้ รวม 52 ชั่วโมง

"วิรัช" แย้มศึกซักฟอก 16-19 ก.พ.นี้ รวม 52 ชั่วโมง

"วิรัช" แย้มศึกซักฟอก 16-19 ก.พ.นี้ รวม 52 ชั่วโมง

รูปข่าว : "วิรัช" แย้มศึกซักฟอก 16-19 ก.พ.นี้ รวม 52 ชั่วโมง

ประธานวิปรัฐบาล เผยกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เบื้องต้น วันที่ 16-20 ก.พ. และลงมติวันที่ 20 ก.พ. รวมเวลา 52 ชั่วโมง พร้อมขอให้ฝ่ายค้านแก้ไขญัตติและนำส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันออกไปทั้งหมด

วันนี้ (26 ม.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ ประชุม ส.ส.พรรค เตรียมความพร้อมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรประจำสัปดาห์ และเตรียมพร้อมเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ไม่สบายใจต่อญัตติ เรื่องการใช้ถ้อยคำขอเปิดอภิปรายในส่วนของการใช้คำว่า "โดยพฤติการณ์เรื่องที่จะอภิปรายดังนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่องอย่างร้ายแรงไร้ประสิทธิภาพ" โดยชี้เป็นวาทกรรมตัวหนังสือที่ต้องการกล่าวให้ร้ายด้วยความดุเดือด อย่างไตเติ้ลหนัง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่บังควรคือการใช้ภาษานำสถาบันมาเขียนในญัตติ

ร้องฝ่ายค้านตัดประเด็นเกี่ยวกับสถาบัน

นายวิรัช อ้างอิงว่าได้ถามผู้รู้กฎหมาย และเห็นว่าถ้าไม่นำไปแก้ไขจะเป็นปัญหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องการให้ฝ่ายค้านแก้ไขและนำส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันออกไปทั้งหมด "โดยเฉพาะที่กำหนดว่านำสถาบันเป็นข้ออ้างในการแบ่งแยกประชาชนแอบอ้างสถาบันมาเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน...ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน"

ซึ่งทางวิปรัฐบาลได้ประสานไปทางประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว และญัตตินี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเชื่อว่าพรรครัฐบาลจะไม่ยอมให้มีการอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน แต่หากมีการอภิปราย ยืนยันว่าจะมีการประท้วงตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมกับย้ำขอให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านตัดออก หากเป็นไปได้

อภิปราย 52 ชั่วโมง ตั้งแต่ 16-19 ก.พ.นี้

ส่วนกรอบอภิปราย พรรคร่วมรัฐบาลยอมจัดสรรเวลาให้ตามกรอบเดียวกับปีที่ผ่านมา คือรวม 52 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 26 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล 24 ชั่วโมง ขณะที่ประธานและรองประธานสภาฯ ในที่ประชุม 2 ชั่วโมง พร้อมย้ำขอให้การอภิปรายอยู่ในกรอบ ทั้งนี้ นายวิรัชจะคุยกับฝ่ายค้านอีกครั้งหลังจากที่ ครม. ตอบรับกรอบวันความพร้อมในการชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรเบื้องต้นกำหนด วันที่ 16-19 ก.พ.2564 และลงมติวันที่ 20 ก.พ.2564

รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า มีการเตรียมข้อมูลของรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 6 คน และย่ำจะดูแลรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้ง 10 คน และหากจะดูแลใครเป็นพิเศษคือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เพราะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ...ทั้งนี้ จำนวน ส.ส.ในสภาฯตอนนี้มีอยู่ 487 คน ครึ้งหนึ่ง 244 ยืนยันเสียง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลมีพร้อมครบลงมติไม่น้อยกว่า 270 เสียง แต่การลงคะแนนก็ขึ้นอยู่ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันประชุมด้วย

ปัดข้อกล่าวหาหัวหน้าพรรคเป็นผู้มีอิทธิพล

พร้อมกันนี้ ปฏิเสธข้อกล่าวหาต่อหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่าเป็นผู้มีอิทธิพล เพียงแต่กล่าวติดตลกยอมรับว่าในพรรคพลังประชารัฐมีอิทธิพล แต่เป็นนายอิทธิพล คุณปลื้ม ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอยู่ในตอนนี้ ก่อนจะย้ำว่าหัวหน้าพรรคไม่มีอิทธิพล หากมีอิทธิพลจะมาถูกอภิปรายได้อย่างไร พร้อมกันนี้ ยังท้าให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านนำเอกสารหลักฐานที่จะชี้ถึงการทุจริตของรัฐมนตรีมาแสดงวันนี้ได้เลย

ขณะที่ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าการพุ่งเป้าอภิปรายรัฐมนตรีในส่วนของพรรคครั้งนี้จะได้มีโอการพิสูจน์ผลงานอธิบายให้ประชาชนทราบ 2 ปี เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีมีข้อมูลพร้อมที่จะชี้แจง และหวังว่าในการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายเชิงสร้างสรรค์และเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ

ทั้งนี้ มีรายงานว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกประสานฝ่ายค้านให้นำญัตติกลับไปแก้ไขแล้ว

 

กลับขึ้นด้านบน