เตรียมเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ ผ่อนคลายมาตรการป้องกัน COVID-19

เตรียมเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ ผ่อนคลายมาตรการป้องกัน COVID-19

เตรียมเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ ผ่อนคลายมาตรการป้องกัน COVID-19

รูปข่าว : เตรียมเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ ผ่อนคลายมาตรการป้องกัน COVID-19

ศบค.เผยวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 819 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เสียชีวิตสะสม 76 คน นอกจากนี้เตรียมเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ ผ่อนปรนมาตรการในแต่ละพื้นที่ ในวันศุกร์นี้ (29 ม.ค.64)

วันนี้ (27 ม.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. รายงานสถานการณ์ ไวรัสCOVID-19 ไทยพบผู้ป่วยเพิ่ม 819 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 808 คน ติดเชื้อจากต่างประเทศ 11 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 15,465 คน หายป่วยแล้ว 11,054 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1คน ผู้เสียชีวิตสะสม 76 คน 

 

จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่เพิ่มขึ้น มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ จำนวน 92 คน โดยมาจากการค้นหาเชิงรุกในโรงงาน จำนวน 716 คน และมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine จำนวน 11 คน

ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ จำนวน 92 คน อยู่ใน จ.สมุทรสาคร จำนวน 78 คน และจังหวัดอื่น ๆ จำนวน 14 คน ส่วนจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน จ.สมุทรสาคร จำนวน 714 คน จ.ระยอง จำนวน 1 คน จ.สมุทรปราการ จำนวน 1 คน

 

เสียชีวิต 1 คน ชายอายุ 56 ปี มีโรคประจำตัว 

ขณะที่ ผู้เสียชีวิต 1 คน วันนี้เป็นชายไทย อายุ 56 ปี มีโรคประจำตัว คือ หลอดเลือดสมองตีบและเป็นผู้ป่วยติดเตียง มีอาการตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.64 เหนื่อย หอบ มีเสมหะมาก เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยแพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจ ส่งตรวจหาเชื้อและเข้าห้องความดันลบ วันที่ 23 ม.ค.64 ผลตรวจพบติดเชื้อ COVID-19 วันที่ 25 ม.ค.64 อาการไม่ดี มีเสมหะมาก และเสียชีวิตในเวลา 22.00 น.

นพ.ทวีศิลป์ เผยผู้ติดเชื้อรายใหม่สะสม ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.63 - 27 ม.ค.64 จำนวนมากสุด 5 อันดับแรก จ.สมุทรสาคร จำนวน 7,186 คน กรุงเทพฯ จำนวน 727 คน จ.ชลบุรี จำนวน 648 คน จ.ระยอง จำนวน 577 คน และ จ.สมุทรปราการ จำนวน 336 คน

 

ชง ศบค.ชุดใหญ่ ผ่อนคลายมาตรการ

ทั้งนี้ ผลประชุมเบื้องต้นของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ มีเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.ข้อเสนอแผนและแนวปฏิบัติผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ระลอกใหม่ 2.ระยะเวลารับประทานอาหาร-การดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน 3.การเตรียมเปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ซึ่งจะนำเสนอให้ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาในวันศุกร์ที่ 29 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ ข้อเสนอการปรับพื้นที่ที่ประกาศมาตรการควบคุมแบบบูรณาการ โดย ศบค.สธ.ได้แก่

 

การใช้รูปแบบจังหวัดแนวกันชนเพื่อป้องกันจังหวัดที่มีความเสี่ยงที่จะกระจายไปยังพื้นที่อื่น 2.แบ่งพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตามลำดับ เช่น พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง และเฝ้าระวัง 3.จังหวัดไม่พบการติดเชื้อ หรือมีจำนวนน้อย แยกตามรายอำเภอ ซึ่งจังหวัดอาจพิจารณาเพิ่มหรือลดความเข้มงวดของมาตรการได้ ทั้งนี้ ยกตัวอย่าง จ.สมุทรสาคร ที่มี 3 อำเภอ แต่ พบผู้ป่วยมากในพื้นที่ อ.เมือง เนื่องจากมีโรงงานและตลาด ซึ่งพื้นที่ อ.อื่น ๆ จะให้ คกก.ศบค.ชุดเล็ก พิจารณาตามสถานการณ์การระบาดของโรคในจังหวัด ใช้ข้อมูลตัวเลข 7-14-28 วัน ซึ่งหากประชาชนช่วยกันจะทำให้เกิดการผ่อนคลายมาตรการได้

รวมถึง การมีแหล่งโรค เช่น บ่อนพนัน สถานบันเทิง สนามชนไก่ ยังเป็นจังหวัดที่มีความเสี่ยง ต้องคงเกณฑ์เฝ้าระวังไว้ ขณะที่จังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงต่อการลักลอบเดินทางเข้าประเทศถึงพื้นที่ชั้นในประเทศ หากมีความมั่นคงป้องกันได้ก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาผ่อนปรน มาตรการเฝ้าระวังเชิงรุกในชุมชน สถานประกอบการ และสัดส่วนผู้ติดเชื้อที่น้อยกว่าร้อยละ 1-5 จะเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา

 

นพ.ทวีศิลป์ระบุว่า การดำเนินการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ จะใช้แผนที่มาตรการเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมบูรณาการ พื้นที่เฝ้าระวัง 35 จังหวัด พื้นที่เฝ้าระวังสูง 17 จังหวัด พื้นที่ควบคุม 20 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุด 4 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 1 จังหวัด คือ จ.สมุทรสาคร ขณะที่พื้นที่ต่าง ๆมีดังนี้

1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จ.สมุทรสาคร 1 จังหวัด 2.พื้นที่ควบคุมสูงสุด 4 จังหวัด กรุงเทพฯ จ.สมุทรปราการ จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี 3.พื้นที่ควบคุม จังหวัดภาคเหนือ-กลาง 12 จังหวัด ภาคตะวันออก 8 จังหวัด รวม 20 จังหวัด 4.พื้นที่เฝ้าระวังสูง ภาคเหนือ 6 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด ภาคกลาง-ใต้ 8 จังหวัด รวม 17 จังหวัด และ 5.พื้นที่เฝ้าระวัง ภาคเหนือ 11 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ภาคใต้ 7 จังหวัด รวม 35 จังหวัด

จะใช้แผนที่นี้ดำเนินการตามมาตรการผ่อนคลายทั้ง 3 ข้อ โดยเฉพาะการขยายระยะเวลาการนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหาร รวมทั้งร้านอาหารริมทางและรถเข็น ที่ก่อนหน้านี้ได้กระทบในการทำมาหากิน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กรณี จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มีสถานที่ที่ยังคงปิดเหมือนเดิม เช่น สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สนามมวย ยิม สนามชนไก่-ชนวัว บ่อน สนามพระเครื่อง สปา โรงเรียนกวดวิชา สถาบันการศึกษา เป็นต้น ส่วนข้อเสนอที่จะเสนอให้ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาเปิดได้ตามระยะเวลาเฉพาะใน จ.สมุทรสาคร เช่น ตลาดนัด ร้านอาหารให้ซื้อกลับไปบริโภค เปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า เปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. ศูนย์เด็กเล็ก สถานที่พักผู้สูงอายุเฉพาะเข้าที่พักเป็นประจำ และโรงงานที่มีมาตรการป้องกันโรค

ขณะที่ พื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้ปิดสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ร้านอาหารนั่งรับประทานทานได้แบบเว้นระยะห่าง เปิดได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. ดื่มสุราไม่เกิน 23.00 น. แสดงดนตรีได้ งดเต้นรำ ขณะที่พื้นที่อื่นๆ จะผ่อนคลายตามลำดับ

 

พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม จำกัดผู้เข้าร่วมงานสัมมนาไม่เกิน 100 คน งดแสดงดนตรี งดดื่มสุรา พื้นที่เฝ้าระวังสูง และเฝ้าระวัง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เกิน 300 คน แสดงดนตรีได้ งดเต้นรำ

นอกจากนี้ การจัดการเรียนการสอนพื้นที่อื่นๆ เปิดได้เกือบหมด ยกเว้น จ.สมุทรสาคร ยังคงให้ปิดเนื่องจากหากมีการจะมีการเดินทางและอาจแออัดในระบขนส่งมวลชนและอาจแพร่กระจายเชื้อได้แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากนำเข้าสู่การพิจารณาของ ศบค.ชุดใหญ่ ส่วนใน 4 เขตสีแดง ได้แก่ กทม. จ.สมุทรปราการ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี เปิดได้ทั้งหมด แต่ให้คำนึงมาตรการ สธ.เช่น สลับเวลาเรียน เว้นระยะห่าง ออนไลน์เข้ามาเสริม 


นพ.ทวีศิลป์ ย้ำว่าขณะนี้ข้อเสนอต่าง ๆ ยังเป็นร่างที่จะให้ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณา ซึ่งจะผ่อนคลายดีขึ้น นอกจากนี้ในบางจังหวัด ศบค.อาจพิจารณาผ่อนปรนในแต่ละอำเภอ เช่น อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ที่ไม่พบผู้ป่วย ก็มีโอกาสพิจารณาผ่อนปรนได้ ดังนั้นการผ่อนปรนในกิจกรรมต่างๆ อาจมีความลักลั่นในแต่ละพื้นที่ แต่การเปิดกิจการ/กิจกรรม กับการควบคุมโรคต้องไปด้วยกัน ที่สำคัญต้องควบคุมวิถีชีวิตและสะอาดมากที่สุด จึงจะเปิดเมือง เปิดจังหวัด และเปิดประเทศได้ ซึ่งต้องรอผลการประชุมของ ศบค.ชุดใหญ่ ในวันศุกร์นี้ (29 ม.ค.64)

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน