เช็กบ้านกว่า 30 หลัง ติดเมียนมาหลังพบเป็นช่องทางลอบผ่าน

เช็กบ้านกว่า 30 หลัง ติดเมียนมาหลังพบเป็นช่องทางลอบผ่าน

เช็กบ้านกว่า 30 หลัง ติดเมียนมาหลังพบเป็นช่องทางลอบผ่าน

รูปข่าว : เช็กบ้านกว่า 30 หลัง ติดเมียนมาหลังพบเป็นช่องทางลอบผ่าน

ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า นำกำลังเข้าตรวจสอบและปิดประตูหลังบ้านและหลังสถานประกอบการของประชาชนกว่า 30 หลังคาเรือน หลังพบมีการลักลอบใช้เป็นช่องท่างผ่านจากเมียนมาเข้ามายังฝั่งไทยโดยผิดกฎหมายหลายครั้ง

วันนี้ (28 ม.ค.2564) ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ตัดสินใจเชื่อมปิดประตูไม้ บริเวณซอยพานิขย์ 8 บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ที่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี อย่างถาวรหลังพบว่าถูกใช้เป็นช่องทางผ่านนำรถยนต์ที่ถูกโจรกรรม มาจากบริษัทรถเช่าแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ ส่งไปขายให้กับนายทุนในพื้นที่ พญาตองซู ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 16 ม.ค.

รวมทั้งจับผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 8,000 เม็ด เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้ข้อมูลว่าเดินทางไปรับยาจากชายชาวเมียนมาในพื้นที่พญาตองซู ผ่านประตูโรงงานในพื้นที่นี้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบประตูหลังบ้านของประชาชนและสถานประกอบการอีก 36 หลัง ที่ติดกับประเทศเมียนมาในลักษณะเดียวกัน

ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อขอความร่วมมือกับทางการเมียนมาในการทำงานร่วมกันป้องกัน COVID-19 รวมทั้งการกระทำความผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติด โจรกรรรมรถ สินค้าหนีภาษี และการเดินทางข้ามแดนของประชาชน 2 ประเทศ ซึ่งทางการเมียนมาพร้อมให้ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นอย่างดี

ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 146 จับกุมชายชาวเมียนมา อายุ 25 ปี ขณะแบกกระสอบบรรจุผงกระท่อมหนัก 1 กิโลกรัมครึ่ง จากฝั่งเมียนมาข้ามเข้าไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติใกล้กับด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยยอมรับสารภาพว่านำกระท่อมมาส่งให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดนำไปจำหน่ายต่อในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กักตัวไว้เพื่อตรวจหาเชื้อ COVID-19 ก่อนส่งตำรวจภูธรคลองวาฬดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

กลับขึ้นด้านบน