ททท.วางเเนวทางต่างชาติฉีดวัคซีนเเล้ว เที่ยวไม่ต้องกักตัว

ททท.วางเเนวทางต่างชาติฉีดวัคซีนเเล้ว เที่ยวไม่ต้องกักตัว

ททท.วางเเนวทางต่างชาติฉีดวัคซีนเเล้ว เที่ยวไม่ต้องกักตัว

รูปข่าว : ททท.วางเเนวทางต่างชาติฉีดวัคซีนเเล้ว เที่ยวไม่ต้องกักตัว

กระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา เร่งหาเเนวทางดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย โดยอาจให้นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนเเล้วสามารถเข้ามาเที่ยวได้ โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน เเละคาดว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศจะกลับเข้ามาในช่วงไตรมาสที่ 3 ตั้งเป้า 10 ล้านคน

วันนี้ (1 ก.พ.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าปี 2564 ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยอยู่ที่ 5-10 ล้านคน หลังรัฐบาลปลดล็อกหลังสงกรานต์ หรือ ช่วงพฤษภาคม คาดว่าตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 5,000,000 คน ส่วนจะถึง 10 ล้านคนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศต้นทางที่เป็นเป้าหมาย เช่น มาเลเซีย จีน และอินเดีย ด้วย

นายพิพัฒน์ ระบุว่า เตรียมหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอกันวัคซีน 5 ล้านโดส ฉีดให้กลุ่มพนักงานภาคการท่องเที่ยว เช่น พนักงานร้านอาหาร โรงแรม โดยอาจจะเน้น ในเมืองท่องเที่ยวหลัก 7 จังหวัด คือ ชลบุรี กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี และสงขลา ได้ฉีดก่อนเป็นกลุ่มแรก ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า เร่งหาวิธีดึงชาวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วมาเที่ยวไทย โดยอยากให้มีพาสปอร์ตวัคซีนและให้หารือร่วมกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว (NTO) ของประเทศในอาเซียนเพื่อออกพาสปอร์ตร่วมกันภายใต้มาตรฐานเดียว

โดยนักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วถือพาสปอร์ตนี้ สามารถเดินทางเข้าออกประเทศในอาเซียนด้วยกันโดยไม่ต้องกักตัวได้ ตามการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศจะกลับเข้ามาในไตรมาสที่ 3

ขณะเดียวกัน นายวิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเนค ประธานกรรมการเเละประธานคฯะกรรมการจัดการไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นเเนล
ทำหนังสือเปิดผนึกเตรียมยื่นให้กับ นายกรัฐมนตรี โดยเสนอ 4 ข้อ

1. ให้ผู้ที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวได้รับการฉีดวัคซีนในเฟส 1 เพราะคนที่ทำงานในด้านการท่องเที่ยว ทั้งพนักงานสายการบิน นักบิน ไปจนถึงพนักงานโรงแรม เเละ บางคนทำงาน ใน ASQ กลุ่มนี้ก็ถือว่าเป็นหน้าด่านไม่แพ้กับแพทย์และพยาบาล

2. แม้ว่าตอนนี้รัฐบาลจะพยายามจัดการและเร่งพัฒนาวัคซีนให้เพียงพอต่อความต้องการ เเต่ไทม์ไลน์การได้รับวัคซีนในตอนนี้ของไทย ยังไม่เร็วและเพียงพอที่จะฉีดให้กับประชากรทั้งหมด ซึ่งนอกจากการจัดซื้อวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinovac แล้ว รัฐบาลควรพิจารณาจัดหาวัคซีนมาจากเจ้าอื่นด้วย

3. คนที่ได้รับวัคซีนแล้ว ควรที่จะสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว 14วัน

เเละ 4. เปิดทางให้มีการใช้ พาสปอร์ตวัคซีน เเละ เสนอให้ใช้ภูเก็ตเป็นสถานที่ทดลองเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และหากสำเร็จ ก็ให้ใช้กับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอื่น ๆ เช่น เกาะสมุย พัทยา เป็นต้น

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน