ดีเดย์ 1 เม.ย. ใช้มาตรการตัดแต้มใบขับขี่

ดีเดย์ 1 เม.ย. ใช้มาตรการตัดแต้มใบขับขี่

ดีเดย์ 1 เม.ย. ใช้มาตรการตัดแต้มใบขับขี่

รูปข่าว : ดีเดย์ 1 เม.ย. ใช้มาตรการตัดแต้มใบขับขี่

กรมการขนส่งทางบก ทำความเข้าใจกับผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก กรณีการถูกตัดแต้มหากทำผิดกฎหมายจราจร โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 1 เม.ย.นี้ ขณะที่ผู้ประกอบการขอให้เลื่อนออกไปอีก 1 ปี

วันนี้ (2 ก.พ.2564) นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้จัดประชุมชี้แจงแนวทางปฏิบัติตามมาตรการตัดคะแนนความประพฤติผู้ขับรถสาธารณะและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารและรถบรรทุก เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจ หากถูกตัดแต้มใบขับขี่จะต้องเข้ารับการอบรมขอคืนแต้ม

รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2564 เเละตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ.2564 ซึ่งร่างฯ ดังกล่าวจะสอดคล้องกับการตัดแต้มใบขับขี่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ กรณีผู้ถือใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ทั่วไปที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก

หลังจากนี้จะรวบรวมข้อเสนอผู้ร่วมประชุมมาปรับร่างฯ ให้สอดคล้องกับการดำเนินการให้มากที่สุด คาดว่าจะลงนามประกาศใช้ระเบียบนี้ได้ โดยตั้งเป้าจะให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานที่ปรึกษาสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในร่างฯ นี้ กรมการขนส่งทางบก กำหนดคะแนนให้ผู้มีใบขับขี่รถสาธารณะคนละ 100 คะแนน แบ่งข้อหาการตัดแต้ม ตั้งแต่โทษเบาจนถึงโทษหนัก ตัด 5 คะแนน จนถึง 35 คะแนน ซึ่งเห็นด้วยกับกรณีตัดแต้มการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อทำให้ผู้ขับขี่หลาบจำและไม่กระทำผิดซ้ำ ๆ อีก

แต่มีข้อกังวลเรื่องสถานที่รองรับฝึกอบรมคืนแต้มใบขับขี่ไม่เพียงพอ กรณีผู้กระทำผิดจำนวนมากมาขออบรมพร้อมกัน เพราะแต่ละฐานความผิดต้องใช้เวลาอบรม 2-5 ชั่วโมง ต่อครั้ง ซึ่งกำหนดให้เข้ารับอบรมได้ต่อเมื่อมีคะแนนเท่ากับ หรือ น้อยกว่า 50 คะแนน ผู้ประกอบการต้องการให้กรมการขนส่งทางบก เลื่อนประกาศใช้ตัดแต้ม จากเดิมจะใช้ 1 เม.ย.นี้ ออกไปอีก 1 ปี หรือเริ่มใช้ 1 เม.ย.2565

เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับด้านต่างๆ รวมทั้งต้องการให้กฎหมาย ของกรมการขนส่งทางบก เเละ ตำรวจ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ซ้ำซ้อน ขณะเดียวกัน ช่วงนี้ผู้ประกอบการหลายรายได้รับ ผลกระทบจาก COVID-19 การขนส่งสินค้าและเดินรถโดยสารไม่สะดวก ทำให้ผู้โดยสารลดลง

 

 

กลับขึ้นด้านบน