จับ 3 แกนนำชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา

จับ 3 แกนนำชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา

จับ 3 แกนนำชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา

รูปข่าว : จับ 3 แกนนำชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา

ผบช.น.ระบุการควบคุมสถานการณ์ที่สถานทูตเมียนมาฯ เมื่อวานนี้เป็นไปตามหน้าที่ ขณะที่ 3 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุความวุ่นวายกรณีการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมานำตัวขออำนาจศาลฝากขังแล้ว

วันนี้ (2 ก.พ.64 ) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยถึงการชุมนุมหน้าสถานเอกอัคราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทยเมื่อวานที่ผ่านมา (1 ก.พ.) ที่มีผู้ชุมนุมทั้งคนไทยและเมียนมาจนลงมาบนพื้นผิวการจราจร ตำรวจจึงได้ได้ประกาศให้ยุติกิจกรรมทั้งภาษาไทยและภาษาเมียนมาเพื่อความเข้าใจแต่ผู้ชุมนุมก็ไม่ยุติ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องผลักดันออกนอกพื้นที่พร้อมยืนยันว่าตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบให้สถานทูตในประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บรวม 15 คน แบ่งเป็นเจ็บเล็กน้อย 13 คน และ 2 คนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลตำรวจมีอาการแก้วหูฉีก

เบื้องต้นตำรวจได้จับกุมกลุ่มผู้ชุมนุม 3 คน ดำเนินคดีในความผิดฐาน ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน , พ.ร.บ.ควบคุมโรค และฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมาตรา 215 โดยได้มีการคุมตัวส่งขออำนาจศาลแขวงกรุงเทพใต้และศาลอาญากรุงเทพฯใต้ฝากขังแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นกลุ่ม WEVO และผู้ร่วมชุมนุม ยังไม่มีนายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ แกนนำกลุ่ม WEVO ในขณะนี้เนื่องจากพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ และคาดว่าจะสามารถออกหมายเรียกแกนนำไม่ต่ำกว่า 8 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำที่ขึ้นปราศรัยบนเวที

ล่าสุด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา ได้ควบคุมตัว นายปัณณพัทธ์ จันทนางกูล และนายเกียรติศักดิ์ พันธุ์เรณู การ์ดกลุ่มวีโว่ ที่ถูกจับกุมจากเหตุชุลมุนหน้าสถานทูตเมียนมาฯ ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณาฝากขังในความผิดฐาน ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ และฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการประกันตัว

ส่วนนายวิชพรรษ ศรีกสิพันธุ์ ผู้ต้องหาอีก 1 คนจากเหตุดังกล่าว ซึ่งถูกดำเนินคดี ในความผิดที่เกี่ยวกับการใช้เครื่องขยายเสียง พนักงานสอบสวน ควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา พร้อมขออำนาจศาลแขวงพระนครใต้ ฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตามมาตรการคุมเข้มป้องกัน COVID-19 ส่วนการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เบื้องต้นผู้ต้องหาไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

กลับขึ้นด้านบน