โควิดรอบ 2 พบคนจังหวัด "สีส้ม-สีแดง" ตื่นตระหนก-กลัวติดเชื้อ

โควิดรอบ 2 พบคนจังหวัด "สีส้ม-สีแดง" ตื่นตระหนก-กลัวติดเชื้อ

โควิดรอบ 2 พบคนจังหวัด "สีส้ม-สีแดง" ตื่นตระหนก-กลัวติดเชื้อ

รูปข่าว : โควิดรอบ 2 พบคนจังหวัด "สีส้ม-สีแดง" ตื่นตระหนก-กลัวติดเชื้อ

อธิบดีกรมสุขภาพจิตชี้ COVID-19 ระบาดรอบ 2 ทำคนไทยเครียดและวิตกกังวล โดยพบว่าคนในพื้นที่จังหวัด "สีส้ม" มีความตื่นตระหนก ส่วนคนในพื้นที่จังหวัด "สีแดง" กลัวการติดเชื้อ แนะสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ

วันนี้ (3 ก.พ.2564) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ระลอก 2 ส่งผลให้คนไทยมีความเครียดและตื่นตระหนก เมื่อเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น

ความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับพื้นที่จังหวัด โดยพบว่าจังหวัดที่เป็น "สีส้ม" ประชาชนจะมีความตื่นตระหนกสูง ซึ่งสิ่งที่ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล พบว่ามีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.กลัวการติดเชื้อ จะพบมากในพื้นที่จังหวัด "สีแดง" ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก

ส่วนจังหวัด "สีส้ม-สีเหลือง" พบว่า มีความเครียดเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค หรือกลัวว่าจะควบคุมไม่อยู่ อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าการควบคุมโรคของไทย ยังมีมาตรการที่ควบคุมได้

ขณะที่ความกังวลใจอีกเรื่องหนึ่งคือ มาตรการควบคุมโรคที่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการทำงาน รวมถึงโอกาสในเรื่องเศรษฐกิจ

พญ.พรรณพิมล กล่าวย้ำว่า ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศ ทั้งจากการแถลงของ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข และจังหวัด ได้โดยตลอด อีกทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงของตัวเอง และจัดการความปลอดภัยให้กับตัวเองให้ได้มากที่สุด ก็จะทำให้ช่วยลดความรู้สึกกังวลต่อการติดเชื้อลงไปได้

ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพจิตจาก COVID-19

สำหรับผลกระทบสุขภาพจิตจากสถานการณ์ COVID-19 พบว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสุขภาพจิต กลุ่มที่ 1 คือ ผู้ติดเชื้อและญาติ ซึ่งจะเกิดความกังวลใจ และกลุ่มที่ 2 คือ ผู้ที่เข้าไปอยู่ในสถานที่กักกัน อาจมีความตึงเครียดเกิดขึ้น ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้ คือเป้าหมายที่ระบบสาธารณสุขจะเข้าไปดูแลภาวะสุขภาพจิต

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจเช็คสุขภาพจิต ผ่านเครื่องมือตรวจเช็คสุขภาพใจ Mental Health Check In หรือปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 และเมื่อตรวจเช็คสุขภาพจิตแล้ว พบว่าอยู่ในกลุ่มที่เครียดบ้างและยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ก็ขอให้ดูแลความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว

ส่วนคนที่เริ่มรู้สึกว่าสุขภาพใจของตัวเองเปลี่ยนไป หรือพบว่าอารมณ์เปลี่ยนแปลง หงุดหงิดง่ายขึ้น ก็ขอให้ทบทวนสถานการณ์และดึงอารมณ์กลับมา เพื่อให้ใจมีความพร้อม

แนะ "ฉีดวัคซีนใจ" สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ

พญ.พรรณพิมล กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนฉีดวัคซีนใจ เพราะจะสามารถปรับตัวเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างเข้มแข็ง และสามารถฟื้นตัวกลัวสู่ภาวะปกติ หรือมีภูมิคุ้มกันทางใจ สำหรับวัคซีนใจมี 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน

วันนี้ถ้าตัวเรามีวัคซีนใจดี และเราไปดูแลสมาชิกในครอบครัวให้มีวัคซีนใจดี ชุมชน จังหวัด มีความพร้อมและความเชื่อมั่น ก็จะทำให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิด 2 อำเภอ คลัสเตอร์มหาสารคาม ติดเชื้อ 21 คน

ตรวจอาหารทะเล-บรรจุภัณฑ์ 117 ตัวอย่าง ไม่พบปนเปื้อนโควิด

COVID-19 ระลอกใหม่ ทำคนไร้บ้านตกงาน - ขาดรายได้เกือบ 100%

 

กลับขึ้นด้านบน