"ปารีณา" ส่อพ้นเก้าอี้ ส.ส.ปมรุกป่าสงวนกว่า 711 ไร่

"ปารีณา" ส่อพ้นเก้าอี้ ส.ส.ปมรุกป่าสงวนกว่า 711 ไร่

"ปารีณา" ส่อพ้นเก้าอี้ ส.ส.ปมรุกป่าสงวนกว่า 711 ไร่

รูปข่าว : "ปารีณา" ส่อพ้นเก้าอี้ ส.ส.ปมรุกป่าสงวนกว่า 711 ไร่

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด "ปารีณา" ผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีรุกป่าสงวนแห่งชาติ จ.ราชบุรี รวมพื้นที่ 711 ไร่เศษ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 36.2 ล้านบาท พร้อมส่งศาลฎีกาตัดสินพ้น ส.ส.หรือไม่

วันนี้ (10 ก.พ.2564) นายนิวัติไชย เกษมมงคล ในฐานะโฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงชี้แจงชี้มูลความผิดกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีการบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 4 แปลง รวมพื้นที่ 711 ไร่เศษ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 36.2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยทางป.ป.ช.มีมติส่งสำนวนให้ยังอัยการสั่งฟ้องศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยโทษสูงสุดตามข้อกล่าวหานี้คือ พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.

ทั้งนี้ป.ป.ช.ระบุว่าจากการตรวจสอบพบว่าในปี 2545-46 พบร่องรอยการทำเกษตรกรรม โดยนายทวี ไกรคุปต์ และเป็นคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการปศุสัตว์ และน.ส.ปารีณา ผู้ถูกกล่าวหาก็ได้เข้ามาเป็นคู่สัญญาจากพ่อ กระทั่งในปี 2549-2556 ทางอบต.รางบัว เข้าสำรวจพื้นที่เพื่อทำแบบแสดงรายการที่ดิน เพื่อจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5)ในพื้นที 24 แปลง 

ใบภบท.5 เป็นแบบที่แสดงการชำระภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี ไม่ใช่เอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน จึงมีการเวียนหนังสือยกเลิกไปแล้ว แต่น.ส.ปารีณา ยังบคดครองที่ดินทั้ง 29 แปลงทำกิจกรรมฟาร์มไก่มาต่อเนื่อง  

ส่งสำนวนอัยการส่งฟ้องศาลฎีกา-จ่อพ้นเก้าอี้ 

ทั้งนี้ นายนิวัติไชย กล่าวว่า หลังจากนั้นในวันที่ 25 พ.ค.2562 น.ส.ปารีณา ได้เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่ยังเข้าทำประโยชน์ในที่ดินฟาร์มไก่เขาสวนกวางมีรายได้ประมาณปีละ 100 กว่าล้านบาทหลังจากไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า น.ส.ปารีณา ในฐานะส.ส.เข้ายึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ที่ดินรัฐโดยมิชิอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการกระทำความผิดฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลากรศาลรัฐธรรมนูญข้อ 11 และข้อ 17 หรือไม่ โดยผลการพิจารณา พบว่าน.ส.ปารีณา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการบุกรุกที่ดิน จงใจกระทำความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามกฎหมาย ป.ป.ช. รวมถึงกระทำการอันเป็นเหตุเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ 

น.ส.ปารีณา มีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนทั้งที่รู้ว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ใช้ที่ดิน เพิกเฉยไม่แจ้งครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.และให้บุคคลอื่นครอบครองที่ดินแทน จึงถือว่ามีเจตนาแสวงหาประโยชน์ในที่ดินรัฐ และผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

จากนี้จะส่งสำนวนคดีไปยังศาลฎีกาโดยตรง หากศาลฎีการับฟ้อง และมีคำสั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องปฏิบัติตาม โดยทางป.ป.ช.จะยื่นสำนวนให้ศาลฎีกาภายใน 30 วัน ตามกฎหมายกำหนด

ด้านนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า การดำเนินคดีในส่วนของกรมป่าไม้ แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ตำรวจสรุปสำนวน และส่งอัยการ แต่เนื่องจากอยู่ระหว่างสมัยประชุม เท่าที่ทราบทางบก.ปทส.ได้ทำเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหนังสือขอตัวไปทางประธานสภาแล้ว 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.มีมติชี้มูล "ปารีณา" ผิดจริยธรรมร้ายแรงคดีรุกป่า

กางแผนที่ตรวจสอบที่ดิน สปก. "ปารีณา"

 

 

กลับขึ้นด้านบน