ท่าเรือเทเวศร์-ท่าช้าง โฉมใหม่เตรียมเปิดให้บริการในเดือน พ.ค.นี้

ท่าเรือเทเวศร์-ท่าช้าง โฉมใหม่เตรียมเปิดให้บริการในเดือน พ.ค.นี้

ท่าเรือเทเวศร์-ท่าช้าง โฉมใหม่เตรียมเปิดให้บริการในเดือน พ.ค.นี้

รูปข่าว : ท่าเรือเทเวศร์-ท่าช้าง โฉมใหม่เตรียมเปิดให้บริการในเดือน พ.ค.นี้

รมช.คมนาคม เร่งรัดงานปรับปรุงท่าเรือท่าช้าง ซึ่งขณะนี้คืบหน้าแล้วร้อยละ 65 คาด แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ส่วนงานพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เตรียมเสนอ ครม.พิจารณานำเอกชนร่วมพัฒนาพื้นที่

วันนี้ (17 ก.พ. 2564) นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม กล่าวภายหลังการลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้างานพัฒนาท่าเทียบเรือโดยสารแม่น้ำเจ้าพระยาท่าเรือท่าช้างและท่าเรือเทเวศร์ โดย ระบุว่าในส่วนของท่าเรือท่าช้าง คาดว่างานก่อสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ ประกอบด้วยงาน ก่อสร้างอาคารพักคอย จำนวน 2 หลัง ด้วยสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับทัศนียภาพเขตเมืองกรุงเก่า ,เพิ่มขนาดพื้นที่ท่าเรือ 1,941 ตร.ม. และงานติดตั้งโป๊ะขนาด 6x12 ม.จำนวน 4 โป๊ะ และ 5x10 ม.จำนวน 2 โป๊ะ เพื่อให้ท่าเรือมีพื้นที่รองรับผู้โดยสารได้เพียงพอ ขณะนี้งานปรับปรุงคืบหน้ากว่าร้อยละ 65

 

ส่วนงานพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณท่าเรือท่าช้าง ซึ่งจะมีการดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาพื้นที่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่าง การอนุมัติให้ดำเนินการของคณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงคมนาคมได้นำเสนอเป็นวาระเพื่อพิจารณาไปแล้ว

สำหรับท่าเรือท่าช้าง ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 12,324 คน/วัน รองรับเที่ยวเรือ 394 เที่ยว/วัน (ไม่มีสถานการณ์โควิด-19) ส่งผลให้ท่าเรือเดิมที่มีขนาดเล็กมีความแออัด ไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ กรมเจ้าท่าจึงได้ดำเนินการปรับปรุงขยายพื้นที่

 

 

ส่วนท่าเรือเทเวศร์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสถานีเรือไฟฟ้าคลองผดุงกรุงเกษม ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 4,329 คน/วัน รองรับจำนวนเที่ยวเรือ 267 เที่ยว/วัน

 

 

โดยกรมเจ้าท่าได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารทั้งภายใน ภายนอก รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ พร้อมห้องน้ำชาย หญิงและผู้พิการบนท่าเรือ ซึ่งขณะนี้คืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 95 กระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัด ให้กรมเจ้าท่าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ รวมทั้งให้ติดตั้งเครื่องหมายและป้ายบอกทางให้ชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกผู้เดินทางเชื่อมต่อสถานีเรือไฟฟ้าคลองผดุงกรุงเกษม(ท่าเทียบเรือตลาดเทวราช) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนอย่างไร้รอยต่อ

กลับขึ้นด้านบน