นายกฯ ยืนยันยังไม่ต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายกฯ ยืนยันยังไม่ต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายกฯ ยืนยันยังไม่ต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว

รูปข่าว : นายกฯ ยืนยันยังไม่ต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายกรัฐมนตรี ยืนยันยังไม่ต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวกับบริษัทเอกชนรายเดิม ระบุผลการเจรจาสัญญาต่างๆ ยังไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นขั้นตอนของการเจรจากันอยู่

วันนี้ (17 ก.พ.2564) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายหลัก "สุขุมวิท - สีลม" เป็นช่วงที่ทำสัญญากับเอกชนตั้งแต่ปี 2535 สัญญาสัมปทาน 30 ปี สิ้นสุดปี 2572 ส่วนที่ 2 เดิม รฟม.เป็นผู้ก่อสร้าง แต่ต่อมาปี 2561 คณะรัฐมนตรี (ครม.) โอนให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) มาบริหารจัดการแทน ซึ่งรวมถึงหนี้สินด้วย

ออกคำสั่ง คสช.แก้ปัญหา "รถไฟฟ้า" ฟันหลอ

ทั้งนี้ การที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวมีสัญญาแตกต่างกันในแต่ละช่วง อาจจะทำให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการและสัญญาที่ไม่มีความเป็นเอกภาพ หากต้องมีการทำสัญญาร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งอาจจะทำให้การดำเนินการล่าช้าไป 2-3 ปี รัฐบาลไม่อยากให้การเดินรถที่ไม่เกิดความต่อเนื่อง ดังเช่นบางโครงการในอดีตที่เป็นฟันหลอ ระยะทาง 1 กิโลเมตร

ดังนั้น จึงต้องใช้มาตรา 44 เพื่อให้การเดินรถต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน อำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชน และให้กำหนดอัตราค่าโดยสารให้เหมาะสม เป็นธรรม รวมทั้งไม่เป็นภาระของประชาชน ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการเกี่ยวกับอัตราค่าโดยสาร อยู่ในขั้นตอนการหารือและดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทราบว่า กทม.มีการชะลอขึ้นอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปแล้ว

สัญญาเดิมกำหนดให้เจรจาเอกชนรายเดิมก่อน

ทั้งนี้ มีการรวมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 โดยให้เจรจากับผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อให้เกิดการบูรณาการ การบริหารจัดการโครงการ สามารถเดินรถต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน หากมีผลการเจรจาจนได้ข้อยุติ และได้ร่างสัญญาฉบับแก้ไขแล้ว ให้ถือเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.ร่วมทุน สำหรับขั้นตอนอื่นๆ หลังจากนี้ ขอให้หน่วยงานได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายร่วมลงทุน

อย่างไรก็ตาม คำสั่ง คสช.ไม่ได้ระบุ หรือบังคับให้ขยายสัญญาไป 40 ปีอย่างที่กล่าวหา และการที่กล่าวหาว่ารัฐเอื้อเอกชนรายเดิม ทำไมจึงเจรจากับเอกชนรายเดิม ขอชี้แจงให้ทราบข้อเท็จจริงว่า หากย้อนไปดูสัญญาสัมปทานเดิม โครงการที่ทำไว้เมื่อปี 2535 กำหนดว่าหาก กทม.จะให้มีการดำเนินการสายทางเพิ่มเติมในระหว่างอายุของสัญญา หรือขยายเส้นทางของระบบ บริษัทมีสิทธิเป็นรายแรกที่จะเจรจากับ กทม.ก่อน ดังนั้น หากไม่เจรจากับเอกชนรายเดิม รัฐอาจจะถูกเอกชนฟ้องร้อยภายหลัง เพราะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาได้

ยืนยันยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร - อยู่ระหว่างการเจรจา

ผลการเจรจาสัญญาต่างๆ ยังไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ซึ่งเป็นขั้นตอนของการเจรจากันอยู่ เพราะฉะนั้น อย่าพูดเลยเถิดเกินเลยว่าให้ไปแล้ว จะขึ้นราคาเท่านั้นเท่านี้ อย่าเพิ่งจินตนาการไปขนาดนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่อ้างว่าตนเองผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตนเองก็ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่มีการปรึกษาฝ่ายกฎหมายในเรื่องของการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 56 ซึ่งสุดแท้แต่ศาล ต้องไปเข้าสู่กระบวนการโน้น เพราะคำสั่ง คสช.บอกว่าให้กำหนดอัตราค่าโดยสารให้เหมาะสม รักษาวินัยการเงินการคลัง ไม่ผูกขาด เพราะว่าสัญญาสัมปทานเดิมให้เจรจากับรายเดิมก่อน

 

กลับขึ้นด้านบน