ศบค.ผ่อนคลาย COVID-19 เช็กพื้นที่ไหนทำอะไรได้บ้าง

ศบค.ผ่อนคลาย COVID-19 เช็กพื้นที่ไหนทำอะไรได้บ้าง

ศบค.ผ่อนคลาย COVID-19 เช็กพื้นที่ไหนทำอะไรได้บ้าง

รูปข่าว : ศบค.ผ่อนคลาย COVID-19 เช็กพื้นที่ไหนทำอะไรได้บ้าง

ศบค.สรุปมาตรการผ่อนคลายกิจการ-กิจกรรม พื้นที่เฝ้าระวังสูงเปิดร้านอาหาร-สถานบันเทิงได้ถึงเที่ยงคืน ส่วนพื้นที่ควบคุมให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 5 ทุ่ม แต่ยังคุมเข้ม จ.สมุทรสาคร ขณะที่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 95 คน

วันนี้ (23 ก.พ.2564) ศบค.รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในประเทศไทย พบเพิ่ม 95 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยใหม่จากระบบเฝ้าระวังฯ 52 คน จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 41 คน และเดินทางมาจากต่างประเทศ 2 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 25,599 คน หายป่วยแล้ว 24,446 คน และเสียชีวิตสะสม 83 คน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสรุปสาระสำคัญในที่ประชุม ศบค.เกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลาย โดยกำหนด "พื้นที่เฝ้าระวัง" จาก 34 จังหวัด เพิ่มเป็น 54 จังหวัด "พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด" จาก 17 จังหวัด เป็น 14 จังหวัด "พื้นที่ควบคุม" จาก 20 จังหวัด เป็น 8 จังหวัด ขณะที่ไม่มี "พื้นที่ควบคุมสูงสุด" แล้ว เหลือ จ.สมุทรสาคร เพียงจังหวัดเดียวที่เป็น "พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด"

 

สำหรับ จ.สมุทรสาคร ยังคงปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ สถานที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง และเรียนออนไลน์เท่านั้น ส่วนพื้นที่ควบคุม 8 จังหวัด ผ่อนคลายให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แสดงดนตรีสดในร้านได้ถึงเวลา 23.00 น. แต่งดเว้นการเต้น และขอให้เว้นระยะห่าง อย่าดื่มแก้วเดียวกัน ขณะที่พื้นที่เฝ้าระวังสูง 14 จังหวัด ร้านอาหาร ผับ บาร์ สถานบันเทิง เปิดได้ถึงเวลา 24.00 น. ศูนย์การค้าเปิดบริการตามปกติ และพื้นที่เฝ้าระวัง 54 จังหวัด เปิดบริการได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และกรุงเทพฯ ที่มีอำนาจในการคุมเข้มมาตรการป้องกัน COVID-19 ได้ตามสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ แต่ต้องไม่ผ่อนคลายจากมาตรการหลัก

แผนกระจายวัคซีน "กลุ่มแรก" ด่านหน้าเสี่ยงโควิด

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงแผนกระจายวัคซีน COVID-19 ว่า เมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ปลัด สธ.นำเสนอแผนต่อที่ประชุม เพื่อให้วัคซีนครอบคลุมประชากรทั้งประเทศ โดยมีเป้าหมายลดอัตราป่วยและเสียชีวิต ปกป้องระบบสุขภาพของประเทศและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สำหรับการฉีดวัคซีนระยะที่ 1 เป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน, บุคคลที่มีโรคประจำตัว 7 โรค, ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคและมีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย เช่น เจ้าหน้าที่ใน SQ

ส่วนการฉีดวัคซีนระยะที่ 2 เป็นกลุ่มเป้าหมายในระยะ 1, บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ, ผู้ประกอบการอาชีพภาคการท่องเที่ยว เช่น พนักงานโรงแรม สถานบันเทิง มัคคุเทศก์ นักกีฬา, ผู้เดินทางระหว่างประเทศ เช่น นักบิน นักธุรกิจ, นักการทูต และแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ

ขณะที่วัคซีนซิโนแวค 200,000 โดสแรก จะกระจายไปยังกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 13 จังหวัด โดยสัปดาห์แรกจัดบริการในโรงพยาบาล 50 แห่ง และเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

ผ่อนปรนแข่งกีฬา-จำกัดคนเข้าชม

นพ.ทวีศิลป์ ยังกล่าวถึงการผ่อนคลายให้มีผู้เข้าชมในกิจกรรมต่างๆ อนุญาตให้มีผู้เข้าชมฟุตบอลไทยลีก 50% ของความจุสนาม, วอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก เข้าชมได้ 30% ของความจุสนาม, จักรยานชิงแชมป์ประเทศ และจักรยานชิงแชมป์นานาชาติ ให้คณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดกำหนดผู้ชมได้ ขณะที่การประกวดมิสแกรนด์ฯ เข้าชมได้ 30% ของความจุ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ Transit Flight แวะต่อเที่ยวบินได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยต้องตรวจ fit to fly โควิดฟรี ตรวจเอกสารต้นทาง แต่ห้ามออกไปร้านค้า และอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไม่เกิน 12 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ททท.ผลักดันมาตรการกักตัวเองบนเรือยอร์ช 14 วัน หรือ "ยอร์ช ควอรันทีน" โดยเรือศรชลจะเป็นหน่วยงานควบคุมกำกับ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตามคำสั่ง ศบค.ชุดใหญ่ มาตรการผ่อนคลายเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.64 แต่ขอให้ประชาชนตรวจสอบคำสั่งของบางจังหวัดที่อาจเข้มงวดมากกว่ามาตรการหลัก ส่วนการแถลงสถานการณ์ COVID-19 จะงดแถลงข่าววันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดมาฆบูชา (26 ก.พ.) รวมทั้งสัปดาห์หน้าจะเริ่มแถลงสถานการณ์เฉพาะวันจันทร์ พุธ ศุกร์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย.ขึ้นทะเบียนวัคซีน "ซิโนแวค" ก่อนถึงไทยพรุ่งนี้

ราชกิจจาฯ คำสั่ง ศบค.จัด 8 จว.ควบคุมโควิด - 14 จว.เฝ้าระวังสูง

ศบค.ไฟเขียว ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 1 เดือน คลายล็อกดื่มในร้าน

 

กลับขึ้นด้านบน