แผนจัดการ "วัคซีน" ปลุกท่องเที่ยว

แผนจัดการ "วัคซีน" ปลุกท่องเที่ยว

แผนจัดการ "วัคซีน" ปลุกท่องเที่ยว

รูปข่าว : แผนจัดการ "วัคซีน" ปลุกท่องเที่ยว

ผลกระทบจากโควิด-19 ที่รุนแรงและลากยาว ทำให้แผนจัดการวัคซีนถูกปรับรับกับสถานการณ์ ที่เห็นได้ชัดคือการกระจายวัคซีนให้ความสำคัญของพื้นที่ท่องเที่ยวหลักมากขึ้น เพื่อเตรียมเปิดรับชาวต่างชาติในระยะต่อไป

ถ้าจะพูดว่า วัคซีนปลุกการท่องเที่ยวให้ตื่นขึ้นในทันที คงไม่ถูกต้องนัก การมาแล้วของวัคซีนมีนัยยะ ตามที่ผู้เชี่ยวชาญอธิบาย ไม่ใช่การมีภูมิคุ้มกันในทันที ยังไม่รู้ช่วยมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยช่วยปลุกความหวังความเชื่อมั่นในการเดินทางที่จะนำพาการท่องเที่ยวให้กลับคืนมา

ย้อนไปในวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตไข้หวัดเม็กซิโก วิกฤตการเงินแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ วิกฤตไหนๆ สถานการณ์ท่องเที่ยวไม่ได้ย่ำแย่เทียบเท่าวิกฤตโควิด-19 ได้เลย

ขณะที่ไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างประเทศ 12 เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี 2 ล้านล้านบาท ทำให้ไทยเจ็บหนักในช่วงที่ผ่านมา

ล็อกดาวน์ประเทศนาน และหันมาใช้แผนประคองท่องเที่ยวในประเทศ หลายโครงการแต่ทำได้จำกัดต่างจากการท่องเที่ยวจากไทยและเทศโดยปกติ

 

แผนกระจายวัคซีนที่วางไว้เฉพาะเชิงสาธารณสุข จึงต้องหันมากระจายในฝั่งท่องเที่ยวด้วย วัคซีนล็อตแรกที่เพิ่งถึงไทย เดิมกำหนดพื้นที่เสี่ยงสูงสุดคือ สมุทรสาคร และพื้นที่ 8 จังหวัด ที่มีความเสี่ยงสูงในกลุ่มกรุงเทพฯ ปริมณฑล และบางจังหวัดชายแดนได้

แต่มีข้อทักท้วงจากภาคเอกชน รวมทั้งสภาพัฒน์ฯ เสนอให้เริ่มจัดสรรวัคซีนบางส่วนในล็อตแรกไปสู่พื้นที่ท่องเที่ยวหลักนำร่องด้วย ได้แก่ ชลบุรี ภูเก็ต เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่

 

ล็อตแรก 200,000 โดส ล็อต 2 และ 3 ของไซโนแวค จนถึงเดือนพ.ค. พื้นที่ท่องเที่ยวทั้ง 4 จังหวัด ชลบุรี เกาะสมุย ภูเก็ต เชียงใหม่ จะได้รับจัดสรรเพิ่มเติมด้วย ในปริมาณโดสที่เพิ่มขึ้น

 

ขณะเดียวกัน พื้นที่ท่องเที่ยวอื่น ทั้งกระบี่ ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ก็อยู่ในข่ายได้รับการจัดสรรวัคซีน เพื่อฉีดในคนในพื้นที่ แต่สำหรับบุคลากรด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีโอกาสได้รับวัคซีนในล็อตถัดๆ ไป จากที่ตัวแทนภาคเอกชนได้ร้องขอจากกระทรวงการท่องเที่ยวและรัฐบาล เอื้อต่อการเปิดรับนักท่องเที่ยวได้จริงในระยะต่อไป

 

กรณีโรงแรมศรีพันวา ที่รับนักท่องเที่ยวกักตัวในลักษณะวิลลา ควารันทีน จาก 10 ประเทศ รวมกว่า 70 คน เดินทางเข้ามา จากที่ไปเที่ยวบาหลีมาเที่ยวไทยต่อ เป็นการกักตัวในแบบออแกไนเซชั่นนอล ควารันทีน กักตัว 5 วันในห้องพัก จากนั้นออกมาบริเวณที่โรงแรมกำหนดได้

เป็นความพยายามของเอกชน ที่ปรับมาตรการบริการให้รับกับโรคโควิดภายใต้การควบคุมของกรมควบคุมโรค หรือแม้แต่นักกอล์ฟเกาหลี 41 คน มากักตัวกอล์ฟ ควารันทีน สมาคมโรงแรมไทยมองว่า เป็นแนวทางหนึ่ง ที่ช่วยต่อยอดขยายผลให้โรงแรม หรือรูปแบบการท่องเที่ยวอื่น ทำในแบบเดียวกันได้

ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาล ดีลกับประเทศที่มีสัดส่วนการฉีดวัคซีนสูงๆ เช่น อิสราเอล เชิญให้เดินทางเที่ยวไทย หรือใกล้ๆ อย่างสิงคโปร์ที่มีแนวโน้มจะได้ฉีดมากขึ้น กระทรวงการท่องเที่ยวเอง พยายามออกสารพัดแคมเปญทั้งในและต่างประเทศ เตรียมการรองรับ แนวโน้มการเปิดท่องเที่ยวเดินทางในอีกไม่ช้า

 

แม้ว่าวันนี้จะดีใจที่วัคซีนมาแล้ว แต่อานิสงส์นี้จะส่งผลดีแค่ไหน ไทยพลาดโอกาสเป็นประเทศแรกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทงมาไทย การแจกจ่ายวัคซีนที่น่าจะเริ่มขับเคลื่อนได้จริงล็อตใหญ่ในครึ่งปีหลัง ช้ากว่าหลายประเทศ จะส่งผลให้การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มช้าออกไป

 

เคเคพีรีเสิร์ช คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ จะอยู่ที่เพียง 2 ล้านคน และทยอยเดินทางเข้ามาช่วงท้ายปี ไตรมาส 4 และยังมีความเสี่ยงที่ไทยอาจไม่สามารถเปิดประเทศได้เลยในปีนี้

แม้ว่ารัฐบาลจะคลายกฎการเข้าเมือง รับฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและยุโรป ที่มาเมืองทะเลทางใต้ของไทย อาจใช้วัคซีนพาสปอร์ต ควบคู่กรีนเลน หรือยกเลิกการกักตัว อัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์ จากปกติก่อนโควิด 71 เปอร์เซ็นต์

 

หมายถึงยังมีห้องพักจำนวนมากที่ขาดรายได้ต่อไป ขณะที่มาตรการช่วยภาครัฐเช่น ซอฟท์โลน และเราเที่ยวด้วยกัน หมายถึงสภาพคล่องของธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็ก อย่างเกสเฮาส์เราได้เห็นแนวโน้มหนี้เสีย สูงขึ้นตั้งแต่ปลายไตราส 1 ปีที่แล้ว รายย่อยจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก

วัคซีนช้าเร็วก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แม้ช้ากว่าใคร การท่องเที่ยวระยะยาว อาจอยู่ที่ว่าไทยดึงศักยภาพทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวกลับมาได้แค่ไหน

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน