"ดีเอสไอ" รับคดีสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ

"ดีเอสไอ" รับคดีสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ

"ดีเอสไอ" รับคดีสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ

รูปข่าว : "ดีเอสไอ" รับคดีสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ พบว่ามีความซับซ้อน ทำเป็นขบวนการ ร่วมกันยักยอก ความผิดเข้าข่ายฐานฟอกเงิน

วันนี้ (24 ก.พ.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้รับหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้พิจารณาสั่งการให้ดีเอสไอรับคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เป็นคดีพิเศษ โดยได้แนบหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ของ รศ.ชูชาติ ธรรมเจริญ เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบสวนการทำธุรกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ และให้ดำเนินการตามกฎหมายกับคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด

ซึ่งมี ดร.บัญชา ชลาภิรมย์, ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นผู้บริหาร ได้ร่วมกันเบียดบัง นำเงินฝากของสมาชิกออกจากสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีพฤติการณ์การกระทำความผิดโดยการนำเงินไปฝากและให้เงินกู้แก่สหกรณ์หลายแห่ง โดยการนำเงินไปฝากหรือให้กู้นั้น ไม่เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด

อันเป็นการยักยอกและหรือร่วมกันยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา โดยร่วมกันกระทำหลายครั้ง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน ตามมาตรา 3(18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยในการเบียดบังนำเงินของสมาชิกออกจากสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้น

 

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด มีพฤติการณ์นำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดดังกล่าว ไปโอน รับโอน ไปยังบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 และสมคบกันฟอกเงิน ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นความผิดตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547

โดยการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าว มีความซับซ้อนในการกระทำความผิด กระทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ แบ่งผลประโยชน์ร่วมกัน สร้างความเสียหายมีมูลค่าสูง อันส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือระบบเศรษฐกิจของประเทศ หรือกระทบต่อระบบสหกรณ์โดยรวม เข้าหลักเกณฑ์ในการรับเป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) (ก) (ข) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547

ซึ่งมีรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 7) บัญชีท้ายประกาศ ข้อ 6 คณะกรรมการกลั่นกรองคดีพิเศษ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้รับเรื่องกรณีผู้บริหารสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด กระทำเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยรับเป็นที่คดีพิเศษ 25/2564 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564

กลับขึ้นด้านบน