“ศักดิ์สยาม” ดันความเร็วรถใหม่ สูงสุด 120 กม./ชม. คาดใช้ เม.ย.นี้

“ศักดิ์สยาม” ดันความเร็วรถใหม่ สูงสุด 120 กม./ชม. คาดใช้ เม.ย.นี้

“ศักดิ์สยาม” ดันความเร็วรถใหม่ สูงสุด 120 กม./ชม. คาดใช้ เม.ย.นี้

รูปข่าว : “ศักดิ์สยาม” ดันความเร็วรถใหม่ สูงสุด 120 กม./ชม. คาดใช้ เม.ย.นี้

"ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รมว.คมนาคม สั่งหน่วยงานเร่งดำเนินการร่างกฎกระทรวงกำหนดความเร็วยานพาหนะสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในต้นเดือน เม.ย.นี้ เดินหน้าใช้ความเร็วสูงสุดได้ 120 กม./ชม.

วันนี้ (25 ก.พ.2564) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้ร่างกฎกระทรวงกำหนดความเร็วยานพาหนะสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในต้นเดือน เม.ย.นี้ เพื่อเดินหน้านโยบายปรับเพิ่มอัตราความเร็วสูงสุดของรถยนต์บนทางหลวงให้ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 120 กม./ชม. จากกฎหมายเดิมไม่เกิน 90 กม./ชม. ให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรในปัจจุบันและอำนวยความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน 

หลังพิจารณาความปลอดภัยจากลักษณะทางกายภาพ และสภาพการใช้พื้นที่ รวมทั้งการอยู่อาศัย พบว่าสามารถปรับเพิ่มความเร็วสูงสุดของรถยนต์ส่วนบุคคลขนาดไม่เกิน 7 ที่นั่ง เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม.

สำหรับความเร็วสูงสุดได้ 120 กม./ชม.นั้น ใช้ได้เฉพาะพื้นที่ที่มีความปลอดภัยทางกายภาพ ซึ่งต้องเป็นถนนที่มีมาตรฐานสูงขนาด 4 ช่องจราจรขึ้นไป ไม่มีจุดตัดหรือจุดกลับรถเสมอระดับถนน มีการแบ่งทิศทางจราจรอย่างชัดเจน และมีเกาะกลางถนนเฉพาะแบบกำแพงกั้น (Barrier Median) โดยกำหนดความเร็วขั้นต่ำสำหรับช่องจราจรขวาสุดไว้ไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุชนท้ายกันในช่องทางที่รถวิ่งด้วยความเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีการปักป้ายกำกับความเร็วตลอดแนวเส้นทางโดยวิศวกรของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น ป้ายจำกัดความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ในเขตชุมชนหรือเขตโรงเรียน ป้ายจำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ในบริเวณทางโค้ง ทางแยก หรือทางกลับรถ ป้ายจำกัดความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. บริเวณทางตรงซึ่งทำความเร็วได้ แต่ต้องไม่เกินตามที่ป้ายกำหนด โดยผู้ขับขี่ต้องปฎิบัติตามกฎจราจรและขับขี่ด้วยความเร็วตามที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนตลอดการเดินทาง

นับถอยหลังขับเร็ว 120 กม./ชม.

หลังจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเสนอความเห็นและข้อเสนอปรับปรุงร่างกฎกระทรวงฯไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายใน 14 วัน จากนั้น สลค. จะพิจารณาและเสนอความเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ กลับมายังกระทรวงคมนาคม ภายใน 7 วัน เพื่อให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแก้ไขและยืนยันร่างกฎกระทรวงฯ กลับไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบภายใน 7 วัน

ทั้งนี้ ภายหลังจากแจ้งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว ภายใน 5 วัน รมว.คมนาคม จะลงนามในกฎกระทรวงฯส่งกลับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายใน 7 วัน


นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า สำหรับรถประเภทอื่นๆ ได้พิจารณาปรับกำหนดความเร็วขึ้นตามความเหมาะสม ทั้งรถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กก.หรือบรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 90 กม./ชม. ส่วนรถในขณะลากจูงรถอื่น รถสี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กม./ชม. รถจักรยานยนต์ (จยย.) ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.

ส่วนรถจักรยานยนต์กำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ หรือกระบอกลูกสูบรวม 400 CC ขึ้นไป ให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 110 กม./ชม. รถโรงเรียนใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. และรถโดยสารเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม.

ทล.เตรียมความพร้อมถนน

ด้านนายณัฐพร เนียมกลิ่น ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอ่างทอง กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า แขวงฯ ได้เตรียมความพร้อมรองรับการใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. หากกฎกระทรวงฯมีผลบังคับใช้ทันทีตามนโยบายโดยนำร่องบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ช่วงบริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง กม. ที่ 4+100-50+000 ระยะทาง 45.9 กม.

เนื่องจากเข้าองค์ประกอบใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ใน 3 ข้อ คือ 1.ต้องเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรขึ้นไป 2.มีแบริเออร์เกาะกลางถนน และ 3.ไม่มีจุดกลับรถพื้นราบต่อไป โดยปัจจุบันถนนช่วงนี้มีขนาด 8 ช่องไปกลับ คือด้านละ 4 ช่อง โดยที่ผ่านมาแขวงฯได้ปรับปรุงสภาพทางกายภาพด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อรับความเร็วที่เพิ่มขึ้นเสร็จแล้ว โดยปรับปรุงจุดกลับรถพื้นราบให้เป็นจุดกลับรถใต้สะพาน และบริเวณทางต่างระดับ


ขณะนี้แขวงฯ ได้ตีเส้นเครื่องหมายลูกศร 2 แถบ เป็นเส้นเว้นระยะห่างทุกระยะ 50 เมตร เพื่อป้องกันการชนท้าย รวมไปถึงติดตั้งป้ายเตือน 6 ชุด กำหนดเครื่องการใช้ความเร็ว

รวมไปถึงผลิตป้ายกำกับความเร็วแต่ละช่องทางในช่วง 45.9 กม. โดยให้ช่องซ้ายสุดใช้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 80 กม./ชม. ซึ่งจะให้รถใหญ่เช่นรถบรรทุกวิ่งช่องซ้าย ส่วนช่องที่ 2 และ 3 กำหนดความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. ส่วนช่องที่ 4 (ช่องขวาสุด) ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. และช่องขวาสุดนี้กำหนดความเร็วขั้นต่ำห้ามต่ำกว่า 100 กม./ชม. หากจะใช้ควมเร็วต่ำกว่านี้ให้ใช้ช่องที่ 1-3

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไฟเขียว! ครม.เคาะความเร็วรถใหม่ ขยับสูงสุด 120 กม./ชม.

นำร่อง 3 เส้นทาง เพิ่มความเร็ว 120 กม./ชม.

 

กลับขึ้นด้านบน