สอบสวมบัตรประชาชนกว่า 12 ปี เชื่อ "ขรก.-ผญบ." มีเอี่ยว

สอบสวมบัตรประชาชนกว่า 12 ปี เชื่อ "ขรก.-ผญบ." มีเอี่ยว

สอบสวมบัตรประชาชนกว่า 12 ปี เชื่อ "ขรก.-ผญบ." มีเอี่ยว

รูปข่าว : สอบสวมบัตรประชาชนกว่า 12 ปี เชื่อ "ขรก.-ผญบ." มีเอี่ยว

นายอำเภอลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หลังจากชาวบ้านร้องเรียนว่าถูกสวมบัตรประชาชนมานานกว่า 12 ปี ซึ่งในเบื้องต้น เชื่อว่ามีข้าราชการและผู้ใหญ่บ้านร่วมกันสวมบัตรให้คนอื่น

วันนี้ (25 ก.พ.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ลำใย ธรรมดา อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ต.แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ นำบัตรประชาชนที่ออกเมื่อปี 2545 และสำเนาบัตรประชาชน มายื่นเรื่องต่อฝ่ายปกครอง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดยอ้างว่าถูกสวมสิทธิ์บัตรประชาชนตั้งแต่ปี 2552 ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์รักษาตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และไม่ได้รับการช่วยเหลือจากโครงการของรัฐทุกโครงการ ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน รวมถึงเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19

 

 

น.ส.ลำใย ธรรมดา

น.ส.ลำใย ธรรมดา

จากการตรวจสอบ พบว่าเมื่อปี 2550 มีคนแอบอ้างว่าเป็น น.ส.ลำใย มาแจ้งว่าบัตรหายที่สำนักทะเบียน อ.ลำปลายมาศ และทำบัตรใหม่ โดยมีผู้ใหญ่บ้านมารับรอง หลังจากนั้นในเดือน พ.ย.2552 มีการแจ้งย้ายชื่อไปที่ จ.ชัยนาท และได้ไปแจ้งทำบัตรประชาชนใหม่ที่ จ.ชัยนาท อีกครั้ง

 

 

เบื้องต้น นายนำชัย วงวิลาศ นายอำเภอลำปลายมาศตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่ามีข้าราชการคนใดเกี่ยวข้องนำรายชื่อบุคลอื่นมาสวมแทนผู้เสียหาย และจากการตรวจสอบพบว่าผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมาลงนามเอกสารรับรองได้เสียชีวิตไปแล้ว

 

 



ขณะที่ น.ส.ลำใย เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจหลังปลัดรับปากว่าจะทำบัตรประชาชนให้อย่างเร่งด่วนภายใน 3 วัน จากที่ก่อนหน้านี้ต้องเดินเรื่องร้องเรียนมานานถึง 12 ปี ซึ่งหากได้บัตรประชาชนคืน อันดับแรก ก็จะรีบไปลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เงินเยียวยาโครงการเราชนะ ที่เลื่อนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการออกไปเป็นวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งหวังว่าจะได้รับเงินเยียวยาเหมือนกับคนอื่น

 

 

กลับขึ้นด้านบน