"คนละครึ่ง-เราชนะ" กระตุ้นยอดขายช่วงวันหยุด

"คนละครึ่ง-เราชนะ" กระตุ้นยอดขายช่วงวันหยุด

"คนละครึ่ง-เราชนะ" กระตุ้นยอดขายช่วงวันหยุด

รูปข่าว : "คนละครึ่ง-เราชนะ" กระตุ้นยอดขายช่วงวันหยุด

มาตรการเยียวยาของรัฐเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในทั้งโครงการคนละครึ่งและเราชนะ ทำให้บรรยากาศช่วงวันหยุดยาวเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ค้าบางร้านบอกว่ายอดขายในช่วงนี้พุ่งจากปกติถึงร้อยละ 60

ที่ตลาดสดย่านถนนรามอินทรา มีประชาชนมาใช้จ่ายซื้อสินค้าในช่วงวันหยุดยาวกันอย่างคึกคัก บางครอบครัวออกมาใช้สิทธิในโครงการเราชนะเป็นครั้งแรก สินค้าที่เลือกคือข้าวเหนียว 1 กระสอบ และข้าวสารเจ้าอีก 1 กระสอบ

และยังบอกว่า ที่เลือกซื้อข้าว เพราะสามารถตุนไว้ได้นานเกือบครึ่งปี และตั้งใจมาซื้อข้าวสารเพียงอย่างเดียว รวมแล้วใช้จ่ายไป 4,000 กว่าบาท เงินที่รัฐให้ยังเหลือซื้อกับข้าวได้ ส่วนรายได้จะเก็บไว้จ่ายค่าเช่าบ้าน 3,500 บาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ไม่ต่างจากพนักงานโรงแรม ที่ได้สิทธิในโครงการเราชนะเช่นกัน ตั้งใจจะมาซื้ออาหารในช่วงวันหยุด โดยระบุว่าโครงการนี้สามารถลดค่าครองชีพได้ 7,000 บาท แต่ก็ยอมรับว่าอาจมีปัญหาการใช้งานเป็นครั้งคราว เช่น ระบบล่ม ทำให้ต้องเสียเวลารอเพื่อใชใหม่

ขณะที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐทั้งคนละครึ่ง และเราชนะ ระบุตรงกันว่า ช่วยกระตุ้นยอดขายได้มาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดที่มีประชาชนออกมาจับจ่ายมากกว่าปกติ และมีการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 และเห็นว่าโครงการนี้ช่วยทั้งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและร้านค้าย่อยให้สามารถอยู่ได้

 

ทั้งนี้ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “มาตรการเยียวยาโควิด-19 ระลอกใหม่ของรัฐบาล” ระหว่างวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2564 พบว่าประชาพอใจ มาตรการลดค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำ มาตรการคนละครึ่ง ใหม่มากที่สุด แต่ตั้งเงื่อนไขมากเกินไป เกิดความเหลื่อมล้ำ และขอเยียวยาทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ​ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจทัศนคติมาตรการ และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ​ ​พบว่า​ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ​เป็นโครงการที่พอใจมากที่สุด​โดยคะแนน​เฉลี่ยอยู่ที่​ 9​ รองลงมาโครงการคนละครึ่ง​ และโครงการเราชนะ​ เราเที่ยวด้วยกัน​และสุดท้ายเรารักกันมาตรา 33

 

 

กลับขึ้นด้านบน