ทั่วโลกป่วย COVID-19 แล้วกว่า 114 ล้านคน เสียชีวิต 2.5 ล้าน

ทั่วโลกป่วย COVID-19 แล้วกว่า 114 ล้านคน เสียชีวิต 2.5 ล้าน

ทั่วโลกป่วย COVID-19 แล้วกว่า 114 ล้านคน เสียชีวิต 2.5 ล้าน

รูปข่าว : ทั่วโลกป่วย COVID-19 แล้วกว่า 114 ล้านคน เสียชีวิต 2.5 ล้าน

อังกฤษระบุว่าวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์และแอสตราเซเนกา มีประสิทธิภาพดีในกลุ่มผู้สูงอายุ ช่วยลดการติดเชื้อและลดความรุนแรงของอาการป่วยได้ดี หลังจากฉีดเพียงแค่เข็มแรก ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสม 114 ล้านคน เสียชีวิต 2.5 ล้านคน

วันนี้ (2 มี.ค.2564) เว็บไซต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ COVID-19 พบผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้ว 114,972,801 คน เสียชีวิต 2,549,393 คน รักษาหาย 90,665,812 คน สหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดอยู่ที่ 29,306,750 คน เสียชีวิต 527,121 คน รักษาหาย 19,795,225 คน รองลงมาเป็น อินเดีย 11,122,986 คน เสียชีวิต 157,257 คน บราซิล 10,589,608 คน เสียชีวิต 255,836 คน รัสเซีย 4,257,650 คน เสียชีวิต 86,455 คน และสหราชอาณาจักร 4,182,009 คน เสียชีวิต 122,953 คน 

ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 114 มีผู้ติดเชื้อ 26,031 คน เสียชีวิต 83 คน รักษาหาย 25,324 คน

อังกฤษระบุวัคซีนได้ผลดีในกลุ่มผู้สูงอายุ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ ระบุว่าวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์และแอสตราเซเนกา ช่วยลดอัตราการรักษาตัวในโรงพยาบาลของกลุ่มผู้สูงอายุได้มากกว่าร้อยละ 80 และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่อายุ 70 ปีขึ้นไปได้ถึงร้อยละ 83 หลังจากฉีดเข็มแรกไปแล้ว 3-4 สัปดาห์

 

ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นวัคซีนทั้งสองตัว มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการป่วยและลดอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้สูงอายุ ในขณะที่ผลการศึกษาอีกชุดหนึ่งพบว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 70 ช่วยลดการแพร่ระบาดในโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี

องค์การอนามัยโลกเตือนโควิด-19 ระบาดตลอดทั้งปี

ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก ระบุว่าความคิดที่ว่าการระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดในปีนี้ เป็นเรื่องที่เร็วเกินไป และไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่คาดว่าสถานการณ์การระบาดจะอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้

 

ด้านผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกแสดงความกังวล หลังพบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในทวีปยุโรป อเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงติดต่อกันนานถึง 6 สัปดาห์

โดยพบสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด การแพร่กระจายของไวรัสกลายพันธุ์ และประชาชนไม่ให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันการระบาด พร้อมย้ำว่าไม่ควรหวังพึ่งวัคซีนเพียงอย่างเดียวมาตรการป้องกันตัวเองขั้นพื้นฐานถือเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมการระบาด

 

 

กลับขึ้นด้านบน