ตร.ขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุเผาทรัพย์สินฯหน้าเรือนจำคลองเปรม

ตร.ขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุเผาทรัพย์สินฯหน้าเรือนจำคลองเปรม

ตร.ขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุเผาทรัพย์สินฯหน้าเรือนจำคลองเปรม

รูปข่าว : ตร.ขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุเผาทรัพย์สินฯหน้าเรือนจำคลองเปรม

รอง ผบช.น.เผยมีหลักฐานเอาผิด 3 ผู้ก่อเหตุเผาทรัพย์สินราชการหน้าเรือนจำคลองเปรม ขอศาลออกหมายจับแล้ว ยืนยัน ตำรวจเอาผิดถึงที่สุดเพราะเป็นเรื่องสะเทือนจิตใจของคนไทย

วันนี้ (2 มี.ค.64) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น เสนอศาลอาญารัชดา ขออนุมัติหมายจับผู้กระทำผิด 3 คน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุเผาทำลายทรัพย์สินราชการหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมแล้ว ในความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์, ทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และความผิดตามมาตรา 112 โดยยืนยันว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจน และมีข้อมูลว่า ทั้ง 3 คนเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยได้เรียกเจ้าของรถยนต์สีขาวคันที่ปรากฎในภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ข้อมูลอีกครั้ง และคาดว่าจะมีผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมอีกโดยอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องนี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า เป็นเรื่องร้ายแรงและสะเทือนจิตใจ ตำรวจจะดำเนินคดีถึงที่สุด

รอง ผบช.น.ยังกล่าวถึงการนัดชุมนุมในวันที่ 6 มี.ค.นี้ว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเดิมซึ่งพบแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นแต่ตำรวจอดทนอดกลั้นโดยเฉพาะกรณีที่มีการยั่วยุด้วยการยืนปัสสาวะเข้าใส่ตำรวจควบคุมฝูงชน ซึ่งขณะนี้ตำรวจก็รวบรวมหลักฐานออกหมายจับแล้ว ทั้งนี้ แม้จะมีการยั่วยุ แต่สื่อมวลชนก็ทราบดีว่า กลุ่มใดเป็นผู้ใช้ความรุนแรงก่อน

พล.ต.ต.ปิยะ ย้ำว่า ตำรวจปฏิบัติตามยุทธวิธีและหลักสากลโดยไม่เกินกว่าเหตุ เพราะเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้เป็นไปตามหลักสากล ซึ่งกระสุนยางก็เป็นเครื่องมือในการป้องกันเหตุร้ายเท่านั้น และผู้ใช้ต้องผ่านการฝึกอบรม และมีความเชี่ยวชาญ

ส่วนการดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจพบว่า มีผู้เข้าข่ายความผิดมากเกินกว่า 50 คน โดยอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ และยอมรับว่า การประกาศชุมนุมแบบไม่มีแกนนำทำให้สถานการณ์ควบคุมได้ยาก แต่เชื่อว่า สื่อมวลชนทราบดี แกนนำปรากฎในพื้นที่ชุมนุม ควบคุมสั่งการแต่เมื่อเกิดเตหุการณ์ความรุนแรงขึ้นแกนนำหลบออกจากพื้นที่ แต่ตำรวจก็มีหลักฐานที่จะสามารถเอาผิดได้ในอนาคต

กลับขึ้นด้านบน