ข่าวดี! ครม.ให้งบกว่า 6,387 ล้านบาทซื้อวัคซีนเพิ่ม 35 ล้านโดส

ข่าวดี! ครม.ให้งบกว่า 6,387 ล้านบาทซื้อวัคซีนเพิ่ม 35 ล้านโดส

ข่าวดี! ครม.ให้งบกว่า 6,387 ล้านบาทซื้อวัคซีนเพิ่ม 35 ล้านโดส

รูปข่าว : ข่าวดี! ครม.ให้งบกว่า 6,387 ล้านบาทซื้อวัคซีนเพิ่ม 35 ล้านโดส

ครม.อนุมัติงบ 6,387,285,900 บาท จัดซื้อวัคซีน COVID-19 เพิ่ม 35 ล้านโดส เพื่อให้เป็นไปตามแผนครอบคลุมประชากรในประเทศ เตรียมเสนอการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนต่อที่ประชุม คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ วันที่ 8 มี.ค.นี้ แสดงความพร้อม และความปลอดภัยในการเปิดประเทศ

วันนี้ (2 มี.ค.2564) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยได้สั่งจองซื้อวัคซีน COVID-19 จำนวน 63 ล้านโดส ขณะนี้ได้เริ่มฉีดวัคซีนที่ได้รับมาในระยะแรก ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา วัคซีนในส่วนที่เหลือจะถูกจัดส่งมายังจังหวัดต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยภายในเดือนพ.ค.-มิ.ย.นี้จะมีวัคซีนที่ผลิตในประเทศมาฉีดให้กับประชาชนอย่างกว้างขวางต่อไป อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความครอบคลุมในการให้วัคซีนกับประชาชนในประเทศ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบ 6,387,285,900 บาท จัดซื้อวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนกา  35 ล้านโดส

ยืนยันว่าวัคซีนจะถูกจัดส่งให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย อย่างครอบคลุมทั่วถึงแน่นอน นอกจากจะครอบคลุมพี่น้องประชาชนคนไทยแล้ว จะครอบคลุมให้กับทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้ให้มีความปลอดภัยทุกคนตามหลักขององค์การอนามัยโลก

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมพร้อมรับการเปิดประเทศ ที่จะมีการเดินทางเข้าออกประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ได้หารือการจัดเอกสารรับรองการได้รับการฉีดวัคซีน ออกโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นเอกสารทางราชการที่แนบไปกับพาสปอร์ต เพื่อแสดงถึงความพร้อมของประเทศไทย ความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ที่ได้รับหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนในเรื่องนี้จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อแห่งชาติ โดยในวันที่ 8 มี.ค.นี้จะนำเข้าสู่การพิจารณา ของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติต่อไป

กระจายวัคซีนนำร่อง 13 จังหวัด 

นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกัน COVID-19 กล่าวว่า ในระยะแรกที่วัคซีนมีจำกัด จะฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่เสี่ยงก่อน โดยวัคซีนของซิโนแวคที่ได้รับมา 200,000 โดสแรก ได้กระจายไปยังพื้นที่เสี่ยงใน 13 จังหวัดแล้ว โดยจะฉีดใน 4 กลุ่ม คือประชาชนที่เป็นโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรังที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการบำบัด เบาหวาน และโรคอ้วน

ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามหลักระบาดวิทยา เช่น พื้นที่ที่พบการระบาดของโรคจำนวนมาก เพื่อลดความรุนแรง และลดอัตราการเสียชีวิต เช่น ตลาดพรพัฒน์ จ.ปทุมธานีที่มีการระบาด  กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน และบุคลากรอื่นๆ ที่เป็นด่านหน้า เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย รวมถึงอสม.โดยจะฉีดให้ 100,000 คนๆ ละ 2 โดส ฉีดห่างกัน 21 วัน คาดว่าจะฉีดครบถ้วนทั้ง 2 เข็มภายใน 1 เดือนครึ่ง

ยังไม่เปิดให้ลงทะเบียนจองหรือขอรับวัคซีนที่ รพ.

นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลจะเป็นผู้กำหนดกลุ่มเป้าหมายและจัดลำดับการได้รับวัคซีนก่อน-หลัง ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และจะติดต่อกลุ่มเป้าหมายที่เข้าเกณฑ์เพื่อนัดหมายฉีดวัคซีน ดังนั้น ประชาชนใน 13 จังหวัดที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 ขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ “หมอพร้อม” เพื่อตรวจสอบรายชื่อ รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน และติดตามอาการภายหลังรับการฉีดวัคซีน สำหรับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอสม.ติดตามชี้แจง

สธ.ยังไม่เปิดรับการลงทะเบียนจองคิว หรือไปขอรับการฉีดด้วยตนเอง หากประชาชนสงสัยว่าจะได้รับวัคซีนเมื่อไร ให้ตรวจสอบว่าตนเองอยู่ในจังหวัดที่ได้รับวัคซีน และเป็นกลุ่มเป้าหมายในระยะแรกหรือไม่ โดยโทรสอบถามโรงพยาบาลที่รักษาตัวอยู่ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

กลับขึ้นด้านบน