"กลาโหม" ทยอยลดจำนวน "นายพล" ตำแหน่งประจำ

"กลาโหม" ทยอยลดจำนวน "นายพล" ตำแหน่งประจำ

"กลาโหม" ทยอยลดจำนวน "นายพล" ตำแหน่งประจำ

รูปข่าว : "กลาโหม" ทยอยลดจำนวน "นายพล" ตำแหน่งประจำ

การปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลขนาดเล็ก ตามวงรอบปกติในเดือนเมษายนปีนี้ มีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมานั่นคือนโยบายปรับปรุงโครงสร้างกองทัพและการลดจำนวนนายพล กระทรวงกลาโหม จึงเน้นโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ "เออรี่-รีไทร์"เปิดทางสู่วิถีนอกราชการเต็มตัว

การปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลทหาร ของกระทรวงกลาโหม ในเดือนเมษายน 2564 หรือ การปรับย้ายกลางปี เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของกองทัพ สอดคล้องกับกระแสลดอัตรานายทหารชั้นนายพล ที่กลับมาเข้มข้นอีกครั้ง

ทำให้คาดการณ์ว่า การปรับย้ายนายทหารกลางปี จะไม่มีการปรับย้ายในตำแหน่งหลัก แต่วางแนวทางรองรับนายทหารที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ และทดแทนนายทหารชั้นนายพล ที่เข้าโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด

เหนือสิ่งอื่นใด คือแนวทางที่ต้องสอดรับกับแนวทางปฏิรูปกระทรวงกลาโหมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ รมว.กลาโหม และแผนปรับปรุงโครงสร้างกองทัพ ในที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ และคณะผู้บัญชาการทหาร เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2564 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ

พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา โฆษกกองทัพไทย กล่าวว่า ในการประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร ได้หารือเรื่องการปรับโครงสร้าง ระบบงานของ กองบัญชาการกองทัพไทยตามแนวทางของกลาโหม หากได้รับภารกิจใหม่ จะให้หน่วยที่มีภารกิจใกล้เคียงกันรับทำหน้าที่ไป

และให้ยุบหน่วยที่ไม่จำเป็น และให้ชะลอการตั้งหน่วยใหม่ ที่ผู้บังคับหน่วยระดับ พลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี ขึ้นไป ลดการแต่งตั้งนายทหารปฏิบัติการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ชำนาญการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ อย่างเคร่งครัด เมื่อเกษียณราชการแล้วก็ไม่บรรจุเพิ่ม โดยคาดว่า จะสามารถลดจำนวนนายทหารชั้นนายพลได้ร้อยละ 5-10

ทั้งนี้แรงจูงใจ ที่กองทัพตอบแทนนายพลเกษียณ ก่อนกำหนดคือการปรับยศให้สูงขึ้น แต่ที่ผ่านมา บางปีก็ได้ทั้งยศและเงินตอบแทนพิเศษขึ้นอยู่กับนโยบายและระเบียบด้านกำลังพล

ไม่มีใครกดดันใครให้เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นความสมัครใจและบางคนสามารถออกจากราชการไปต่อยอดในเส้นทางอื่น เป็นโอกาสที่กองทัพเปิดช่องทางไว้ให้

ในเบื้องต้นมีทหารชั้นนายพลที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชก่อนกำหนดในปี 2564 แล้วหลายคน ส่วนใหญ่รับราชการที่กองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพบก ในจำนวนนี้มีเพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการเกษียณก่อนกำหนดอย่างน้อย 3 นาย

นอกจากแรงจูงใจจากนโยบายของกองทัพ ที่ตอบแทนให้นายทหารที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ด้วยการปรับเลื่อนยศสุดท้ายในชีวิตราชการให้สูงขึ้นแล้ว

ยังมีเหตุผลส่วนตัวที่แตกต่างกันไป ส่วนหนึ่งมาจากวิถีนอกราชการ หรือภารกิจอื่น เช่น การทำงานวิชาการ บรรยายพิเศษ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือแม้แต่การเข้าสู่เส้นทางการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ

การปรับลดทหารชั้นนายพล เป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ลดขนาดกำลังพลรองรับมติสภากลาโหม ที่เห็นชอบการปฏิรูปกระทรวงกลาโหม เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เนื่องจากกองทัพประสบปัญหาความคับคั่งของกําลังพลในชั้นยศสูง

โดยตั้งเป้าลดกำลังพลให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี 2571 และต้องสอดคล้องกับการผลิตนักเรียน จากโรงเรียนเตรียมทหาร และนายร้อยทุกเหล่าทัพที่จะลดลงเช่นกัน 

 

กลับขึ้นด้านบน