ทิศทางภาคการท่องเที่ยว หลังมีวัคซีน COVID-19

ทิศทางภาคการท่องเที่ยว หลังมีวัคซีน COVID-19

ทิศทางภาคการท่องเที่ยว หลังมีวัคซีน COVID-19

รูปข่าว : ทิศทางภาคการท่องเที่ยว หลังมีวัคซีน COVID-19

มีข่าวดีของภาคการท่องเที่ยวเมื่อวานนี้ (8 มี.ค.64) ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบออกหนังสือรับรองการฉีดโควิด-19 หรือวัคซีนพาสปอร์ต โดยลดระยะการกักตัวเหลือ 7 วัน ยกเว้นผู้เดินทางมาจาก แอฟริกาใต้ยังคงกักตัว 14 วัน คาดเริ่มใช้เดือนเมษายนนี้

นับว่าเป็นข่าวดี เเละอยู่บนความหวัง เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบออกหนังสือรับรองการฉีดโควิด-19 หรือ วัคซีนพาสปอร์ต ลดระยะการกักตัวเหลือ 7 วัน ยกเว้นผู้เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ ยังคงกักตัว 14 วัน คาดว่าเริ่มใช้เดือนเม.ย.นี้

ซึ่งหากเริ่มดำเนินการ คาดว่าเดือนหน้าจะมีนักท่องเที่ยวมาได้ จะส่งผลดีต่อการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต

บรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดภูเก็ต เช่น วัดฉลอง ย่านเมืองเก่า รวมไปถึงหาดป่าตอง เป็นด้วยความเงียบเหงา

ผู้ให้บริการรถเช่าใน จ.ภูเก็ต ระบุว่า ตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่รอบแรกมาจนถึงรอบสองเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว ภูเก็ตถือว่ากระทบหนัก เพราะพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก

หากมีการพิจารณาเปิดประเทศโดยลดเวลากักตัวจาก 14 วันเหลือ 7 วันนั้น เชื่อว่าจะช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น และทำให้เขาก็จะมีงานทำ ซึ่งปกติจะรับนักท่องเที่ยวรัสเซีย และสแกนดิเนเวีย แต่ตอนนี้ 2 เดือนจึงจะมีงานซักครั้ง

ส่วนการออกใบรับให้กับคนที่มีการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะหากมีการฉีดให้กับคนในภาคบริการ

พนักงานขายเสื้อผ้า และร้านขายกาแฟย่านเมืองเก่า บอกว่า ถ้าหากลดเวลากักตัวเหลือ 7 วัน ก็ควรมีเงื่อนไขว่า ต้องฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทางมาก่อน และมีใบรับรองว่าฉีดวัคซีนแล้ว การกักตัวอีก 7 วัน ก็จะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น แต่ถ้าไม่มีการฉีดวัคซีนมาจากต้นทางก็น่ากังวล

ขณะเจ้าของอาหารบางแห่ง ระบุว่า อยากให้รัฐบาลกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง และเห็นว่าการฉีดวัคซีน ถือว่าเป็นความหวังของชาวภูเก็ตที่จะช่วยฟื้นการท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจภูเก็ตกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งเราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง และเราชนะ นั้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกิจได้ แต่หากมีการฉีดวัคซีนให้ทั่วถึงจะช่วยได้มากกว่า เพราะประชาชน นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการจับจ่ายมากขึ้น

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน