โรงงานยาสูบฯ ลุ้นกฤษฎีกา ปลดล็อคทำธุรกิจกัญชาได้

โรงงานยาสูบฯ ลุ้นกฤษฎีกา ปลดล็อคทำธุรกิจกัญชาได้

โรงงานยาสูบฯ ลุ้นกฤษฎีกา ปลดล็อคทำธุรกิจกัญชาได้

รูปข่าว : โรงงานยาสูบฯ ลุ้นกฤษฎีกา ปลดล็อคทำธุรกิจกัญชาได้

ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย เตรียมเปิดลงทะเบียนเปลี่ยน เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ เป็นกัญชา ไม่น้อยกว่า 13,000 ครัวเรือน หลังมีความเป็นไปได้ว่า สำนักงานกฤษฎีกา และกระทรวงการคลัง อาจปลดล็อคแก้ไขกฎหมาย

การใช้โครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ ทำให้ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าว ส่งผลกระทบให้ โรงงานยาสูบฯ เสียส่วนแบ่งตลาดให้กับบุหรี่นำเข้า แต่ปริมาณการบริโภคบุหรี่ ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาปรับปรุงโครงสร้างภาษีบุหรี่ และยาเส้นใหม่ ภายในเดือนนี้

นอกจากนี้ โรงงานยาสูบฯ เตรียมเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และสำนักงานกฤษฎีกา แก้ไขกฎกระทรวงเพื่อปลดล็อคให้ โรงงานยาสูบสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งเชื่อว่าจะผ่านความเห็นให้ดำเนินการได้

เพื่อเตรียมความพร้อม เดี๋ยวจะเปิดลงทะเบียนเกษตรกร ผู้ปลูกใบยาสูบ และผู้สนใจทั่วไป เข้าอบรมนวัตกรรมการปลูกกัญชา ปลายเดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีเกษตรกร เข้าร่วมโครงการ ไม่น้อยกว่า 13,000 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 60 ของเกษตรกรทั้งหมด พร้อมประเมินว่า รายได้ของเกษตรกจะเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้รายได้จากการปลูกใบยาสูบ ได้ประมาณไร่ละ 23,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายใบกัญชา อาจจะได้กว่า ไร่ละ 250,000 บาทต่อปี เพราะนำไปสกัดเป็นยาต้านโรค เเละเวชภัณฑ์เพื่อความงาม ซึ่งตอนนี้ ได้ให้สถาบันการศึกษา พัฒนางานวิจัย โดยเตรียมตลาดรองรับไว้แล้ว

ส่วนกรณีคณะรัฐมนตรี เห็นชอบวงเงิน ขยายกรอบกู้เงินระยะสั้น สำหรับเบิกเกินบัญชี หรือ โอดีนั้น นายภาณุพล ชี้แจงว่า โรงงานยาสูบ ไม่ได้ถังแตก ขาดสภาพคล่อง จนต้องกู้เงินเกินฐานะบัญชีขององค์กร แต่เป็นการขอวงเงินบริหารหนี้ตามปีงบประมาณปกติ พร้อมชี้แจงว่า โรงงานยาสูบฯ ยังมีสภาพคล่องเงินสด และกำไรในปีงบประมาณที่ผ่านมากว่า 800 ล้านบาท

อีกทั้งยังพยายามลดต้นค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในองค์กร และหารายได้จากการให้เช่าพื้นที่ทำเลทองหลายแปลง ทั้งในเชียงราย หนองคาย และที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา และคาดว่า ผลการดำเนินการในปีงบประมาณนี้ ยังกำไรสุทธิ ไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาทเช่นเคย

 

กลับขึ้นด้านบน