โอกาส-ความเป็นไปได้ปรับการเกณฑ์ทหารสู่ระบบทหารอาสา

โอกาส-ความเป็นไปได้ปรับการเกณฑ์ทหารสู่ระบบทหารอาสา

โอกาส-ความเป็นไปได้ปรับการเกณฑ์ทหารสู่ระบบทหารอาสา

รูปข่าว : โอกาส-ความเป็นไปได้ปรับการเกณฑ์ทหารสู่ระบบทหารอาสา

1 ถึง 20 เมษายนนี้ กองทัพจะทยอยตรวจเลือกทหารประจำปีภายใต้สถานการณ์โควิด แต่ก่อนหน้านี้ได้เปิดรับสมัครทหารเกณฑ์ออนไลน์รุ่นแรกและผ่านการคัดเลือกเข้ารับใช้ชาติกว่า 3,000 นาย ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กองทัพบกต้องการเพื่อพัฒนาสู่ระบบทหารอาสาเต็มรูปแบบ

ก้าวแรกของกองทัพในการเริ่มต้นเข้าสู่ระบบทหารอาสา โดยใช้ช่วงวิกฤตโควิด-19 เปิดรับสมัครทหารเกณฑ์ออนไลน์เป็นปีแรก มีชายไทยผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์มาตรฐานของกองทัพบก 3,220 คน จากผู้สมัคร 4,805 คน หลังกองทัพบกเปิดรับสมัครทหารเกณฑ์ โดยวิธีร้องขอเป็นกรณีพิเศษด้วยระบบออนไลน์ประจำปี 2564 อายุ 18-20 ปี และ 22-29 ปี ที่ผ่านการตรวจเลือกทหารมาแล้วตลอดเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้การเกณฑ์ทหารประจำปีปกติระหว่าง 1-20 เมษายนนี้ ตามมาตรการโควิด-19 ลดจำนวนการรับทหารเกณฑ์ตามยอดการร้องขอ

แม้ยอดผู้สมัครและผ่านการคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ผ่านโครงการรับสมัครทหารเกณฑ์ออนไลน์ปีแรกอาจจะไม่ใชตัวเลขที่สูงมากนัก และน้อยกว่าอัตราที่เปิดรับทั่วประเทศที่กำหนดไว้กว่า 10,000 คน เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลาการประชาสัมพันธ์ และสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การรณรงค์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทำได้ไม่เต็มที่ แต่นับเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่งที่สามารถเปิดช่องทางใหม่ให้ชายไทยก้าวเข้ามาเป็นทหารด้วยความสมัครใจของตัวเอง อย่างเช่นนายพยุหพล สุขใส และนายตุลา พ่วงนิ่ม ผู้สมัครเข้าเป็นทหารเกณฑ์สังกัดกองทัพภาคที่ 4

 

 

เหตุผลที่มาสมัครเป็นทหาร เพื่อเข้าต่อนักเรียนนายสิบและเป็นความฝันส่วนตัวด้วยครับ

 

 

เป็นความฝันของผมตั้งแต่เด็กๆครับ ได้เงินเดือน ได้อาชีพมั่นคง


ขณะที่พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวย้ำว่า เป็นเจตนารมณ์ของกองทัพบกที่ต้องการเพิ่มช่องทางและโอกาสให้กับผู้ที่มีใจรักในอาชีพทหาร มีความจงรักภักดีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ได้เข้ามาเป็นทหารกองประจำการโดยจะได้รับการเสริมสร้างให้มีความรู้ความสามารถในงานด้านความมั่นคง รวมถึงส่งเสริมพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นทหารอาชีพในอนาคตต่อไป

 

เป็นความสำเร็จในการเริ่มต้นวิธีการสมัครรูปแบบใหม่ ตามนโยบายกระทรวงกลาโหมในการพัฒนารูปแบบการตรวจเลือกทหารมุ่งสู่ระบบทหารอาสา

ย้อนแนวคิดทหารอาสาในยุคที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงจุดยืนชัดเจนสนับสนุนการปฏิรูปกองทัพทั้งระบบ หลังมีกระแสโจมตีอย่างหนักจากฝ่ายการเมือง และการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร รวมทั้งการรณรงค์เลิกเกณฑ์ทหารด้วยระบบบังคับมาเป็นระบบสมัครใจ และเหตุการณ์ร้องเรียนต่างๆจากพลทหารและผู้ปกครองที่ถูกกระทำรุนแรงจากการฝึก หรือลงโทษ แม้กองทัพมีนโยบายกวดขันวินัยครูฝึกและผู้บังคับหน่วยให้ดูแลทหารเกณฑ์เหมือนน้องสุดท้องของกองทัพ

 



แต่ละปีกองทัพต้องการทหารกองประจำการ 90,000-100,000 คน จัดสรรให้กองบัญชาการกองทัพไทย และ 3 เหล่าทัพ ในจำนวนนี้กองทัพบกจะมีทหารเกณฑ์ในสังกัดมากที่สุดกว่า 70,000 นาย รองรับภารกิจด้านความมั่นคง รักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนและช่วยเหลือประชาชน ที่ผ่านมากองทัพบกรณรงค์ให้ชายไทยสมัครเข้าเป็นทหาร โดยสร้างแรงจูงใจ เช่น เงินเดือน สวัสดิการ ค่าครองชีพ ส่งเสริมให้ได้ศึกษาต่อ

ในยุคของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกได้เพิ่มสัดส่วนรับสมัครนักเรียนโรงเรียนนายสิบที่จากทหารเกณฑ์เป็นร้อยละ 80 และเปิดรับสมัครจากบุคคลทั่วไปเพียงร้อยละ 20 เพื่อเปิดช่องทางให้ทหารเกณฑ์มองเห็นอนาคตและเส้นทางเข้าสู่การรับราชการทหาร และใช้ระบบทหารเกณฑ์หล่อหลอมความเป็นทหารที่เข้มข้น และหากกระบวนนี้ตอบโจทย์จะนำไปสู่การรับนักเรียนนายสิบซึ่งเปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของกองทัพจากทหารเกณฑ์ทั้งหมด

 



หากจะประเมินโอกาสและความเป็นไปได้ที่กองทัพจะก้าวไปถึงจุดที่สามารถเปิดรับทหารอาสาเต็มรูปแบบได้คงต้องใช้เวลา ด้วยปัจจัยจากความพร้อมของกองทัพเอง และความสมัครใจของชายไทย ซึ่งกองทัพยอมรับถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณและสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่าจ้าง และค่าตอบแทน ทำให้ยังไม่จูงใจมากพอ

ขณะที่ภาพลักษณ์ทหารเกณฑ์และวัฒนธรรมทางทหารที่มีข้อกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำของระบบสายบังคับบัญชา ทำให้ระบบการตรวจเลือกทหารยังคงต้องดำรงอยู่ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร 2497 และเปิดรับสมัครบางส่วน ในรูปแบบผสมผสานและให้วิธีปรับเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป

ขอบคุณภาพ : กองทัพบกและศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 4

 

กลับขึ้นด้านบน