ปิดล้อมคนงานรถไฟหยุดงานประท้วง

ปิดล้อมคนงานรถไฟหยุดงานประท้วง

ปิดล้อมคนงานรถไฟหยุดงานประท้วง

รูปข่าว : ปิดล้อมคนงานรถไฟหยุดงานประท้วง

ทหารและตำรวจหลายร้อยคนบุกเข้าไปที่สถานีรถไฟและเขตที่พักอาศัยของพนักงานการรถไฟในย่างกุ้ง เพื่อจับกุมตัวผู้ที่มีส่วนร่วมในการหยุดงานประท้วง

กลุ่มผู้ประท้วงในย่างกุ้งต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดในขณะที่ถูกเจ้าหน้าที่ระดมยิงเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ทหารและตำรวจหลายร้อยคนบุกเข้าไปที่สถานีรถไฟและเขตที่พักอาศัยของพนักงานการรถไฟในย่างกุ้ง เพื่อจับกุมตัวผู้ที่มีส่วนร่วมในการหยุดงานประท้วงต่อต้านรัฐประหารอีกด้วย โดยพนักงานการรถไฟที่อาศัยในย่านดังกล่าวมีประมาณ 800 คน เข้าร่วมเคลื่อนไหวอารยะขัดขืน เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐจากหลายหน่วยงาน ที่ร่วมแสดงพลังเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐประหาร

นอกจากนี้ยังมีการใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมในเมืองมัณฑะเลย์และอีกหลายเมืองทั่วประเทศ แม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 60 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรายวันเป็นจำนวนมาก แต่ผู้ประท้วงก็ประกาศที่จะต่อสู้ต่อไป

ขณะที่หนึ่งในตำรวจเมียนมาที่หลบหนีเข้าไปในอินเดีย เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ยิงกลุ่มผู้ประท้วงที่ขัดขืนคำสั่ง แต่เขาไม่สามารถทำได้ จึงได้ตัดสินใจหลบหนีเข้าไปในรัฐมิโซรัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย และทิ้งบ้านและครอบครัวเอาไว้ข้างหลัง

ด้านสื่อหลายสำนักรายงานอ้างเอกสารที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาว่า กองทัพเมียนมาได้ทำสัญญาว่าจ้างลอบบียีสต์ชาวอิสราเอล-แคนาดา เป็นเงินประมาณ 61 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยลอบบียิสต์จะทำหน้าที่คอยช่วยอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาให้กับสหรัฐอเมริกา ซาอุดีอาระเบีย รัสเซียและประเทศอื่นๆ รวมทั้งองค์การสหประชาชาติ สหภาพแอฟริกาและองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ และเพื่อโน้มน้าวให้ประชาคมโลกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเมียนมา

ด้านรัฐบาลเมียนมาได้เรียกตัวจอ ซวา มิน เอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำกรุงลอนดอนของอังกฤษ กลับประเทศ เนื่องจากทูตคนดังกล่าวออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวออง ซาน ซู จี และวิน มินต์ ประธานาธิบดีเมียนมา ขณะที่ทูตได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีว่า ตัดสินใจออกแถลงการณ์หลังตัวเลขผู้เสียชีวิตในเหตุสลายการชุมนุมเพิ่มจำนวนมากขึ้นและไม่ต้องการเห็นการสูญเสียอีก รวมทั้งมองว่า ประเทศแตกแยกมากและอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิดสงครามกลางเมือง

ส่วนในอินโดนีเซีย กลุ่มนักเคลื่อนไหวประมาณ 50 คน จากสมาพันธ์สหภาพการค้าอินโดนีเซีย รวมตัวประท้วงด้านนอกสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาในกรุงจาการ์ตา เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนร่วมแสดงจุดยืนที่ชัดเจน ในการต่อต้านการก่อรัฐประหารของกองทัพเมียนมา นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้แสดงความต้องการให้รัฐบาลอินโดนีเซียดำเนินมาตรการกดดันกองทัพเมียนมา ให้เคารพหลักประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งยุติการใช้ความรุนแรงและจับกุมตัวผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในเมียนมา

 

กลับขึ้นด้านบน