คมนาคม เตรียมเคาะ 11 เส้นทาง ใช้ความเร็ว 120กม./ ชม.

คมนาคม เตรียมเคาะ 11 เส้นทาง ใช้ความเร็ว 120กม./ ชม.

คมนาคม เตรียมเคาะ 11 เส้นทาง ใช้ความเร็ว 120กม./ ชม.

รูปข่าว : คมนาคม เตรียมเคาะ 11 เส้นทาง ใช้ความเร็ว 120กม./ ชม.

ก.คมนาคม เตรียมพิจารณาถนนทางหลวง-ชนบท 11 เส้นทาง ใช้ความเร็วอัตราใหม่ 120 กม./ ชม.คาดเริ่ม สิ้นเดือนนี้ และในช่วงสิ้นปี 66

วันนี้ (15 มี.ค.64) แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่มีการประกาศกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดิน หรือ ทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ.2564 ในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้สามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 120 กิโลเมตร (กม.) ต่อชั่วโมง (ชม.)ในทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ที่มีทางเดินรถแบบจัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถ มีเกาะกลางถนนเฉพาะแบบกำแพงกั้น (Barrier Median) และไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน

เบื้องต้นคาดว่า กรมทางหลวงได้เสนอเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ช่วงบริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง กม.ที่ 4+100-50+000 ระยะทาง 50 กม.ที่มีความพร้อมก่อนเปิดให้วิ่งทำความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ และเพื่อให้เกิดความสะดวกในการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวให้ครอบคลุมเส้นทางเพิ่มขึ้น

ล่าสุด กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้มีการสรุปเส้นทางเพิ่มเติมที่จะให้รถยนต์วิ่งทำความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. เพิ่มเติมเพื่อเสนอต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค.นี้ โดยทางหลวงได้เสนอเส้นทางเพิ่มอีก 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 150 กม. ประกอบด้วย 1.ทางหลวงหมายเลข 35 ตอนนาโคก-แพรกหนามแดง กม.56+000-65+000 ระยะทาง 9 กม. และ กม. 68+000-80+500 ระยะทาง 12.5 กม. ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้นปีนี้ ,2. ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงอ่างทอง-ชัยนาท กม.50+000-1113+000 ระยะทาง 63 กม. ซึ่งจะเริ่มได้ต้นปี 65 ,3.ทางหลวงหมายเลข 2 บ่อทอง-มอจะบก เริ่มต้นที่กิโลเมตร 79+178-86+428 ระยะทาง 7.25 กม.สามารถเริ่มได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 65

สำหรับเส้นทางที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงชัยนาท-นครสวรรค์ เริ่มต้นที่กิโลเมตรที่ 113+000-150+000 ระยะทาง รวม 37 กม. สามารถดำเนินการเริ่มให้ใช้งานได้ในปลายปี 65 , เส้นทางที่ 5 ทางหลวงหมายเลข 3147 ช่วงเทคโนโลยีปทุมธานี-ต่างระดับเชียงรากน้อย เริ่มต้น 0+000-10+350 ระยะทางรวม10.35 กม. สามารถดำเนินการได้ในต้นปี 66 และ เส้นทางที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาวัง-สระพระ เริ่มต้นที่ 172+000-183+500 ระยะทาง 11.5 กม.สามารถเริ่มได้ในปลายปี 66

ส่วนกรมทางหลวงชนบท (ทช.) จะมีการนำเสนอ 5 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.ถนนนครอินทร์ (นบ 1020) ระยะทาง 12.40 กม.เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรที่ 1-7, 2. ถนนราชพฤกษ์ (นบ 3021 )ระยะทาง 51.70 กม.เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรที่ 17 - 42, 3. ถนนวงแหวนเชียงใหม่ทางเลี่ยงเมืองเชียงใหม่ (ชม 3029) (ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี) ระยะทาง 26.11 กม.เส้นนี้วิ่งทั้งสาย ,4 ทางหลวงชนบทถนนข้าวหลาม จ.ชลบุรี (ชบ 1073) ระยะทาง 4.98 กม.ซึ่งเส้นทางนี้เปิดวิ่งตลอดสายและเส้นทางที่ 5 ทางหลวงชนบท (รย.1035) จ.ระยอง ระยะทาง 7.47 กม. เปิดวิ่งทั้งสายทาง อย่างไรก็ตามถนนทางหลวงชนบททั้ง 5 เส้นทางจะมีการปรับปรุงติดตั้งแบริเออร์ยางกั้นเลนระหว่างถนน รวมถึงติดตั้งป้ายบอกความเร็วและความปลอดภัย โดยถนนทั้ง 5 เส้นทางจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการให้วิ่ง 120 กม.ต่อชั่วโมงได้ในปี 66

ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) กล่าวว่า จากนโยบายดังกล่าวทล. จะเร่งทำป้ายบอกความเร็ว ป้ายอัจฉริยะอัตโนมัติ รวมถึงการทำเครื่องหมายบนผิวทางถนนหลวง เพื่อให้ทราบว่าเลนดังกล่าวเข้า และออก วิ่งทำความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม.ได้ นอกจากนั้น ทล.จะเร่งสำรวจจุดเพื่อสร้างสะพานลอยคนข้าม และมอเตอร์ไซค์ข้าม ในเส้นทางดังกล่าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยใช้งบประมาณจากจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน(กปถ.)

ขณะที่ในเวลา 13.00 น. วันนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเป็นประธานคณะกรรมการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาเส้นทางถนนของแขวงทางหลวง และแขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศที่เหมาะสมในการนำร่องทดลองให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม.ต่อ ชม.เพื่อประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

นอกจากนี้ในการประชุมดังกล่าว จะมีการพิจารณาร่วมกับ สตช.ในการกำหนดบทลงโทษตามกฎหมาย ประกอบกับการออกประกาศ ขบ.ในความผิดไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร สามารถมีผลต่อการต่อใบอนุญาต

กลับขึ้นด้านบน