"พล.อ.ประวิตร" เร่งบริหารน้ำฤดูแล้ง 2 เดือน ดัน 9 แผนรับมือฝน

"พล.อ.ประวิตร" เร่งบริหารน้ำฤดูแล้ง 2 เดือน ดัน 9 แผนรับมือฝน

"พล.อ.ประวิตร" เร่งบริหารน้ำฤดูแล้ง 2 เดือน ดัน 9 แผนรับมือฝน

รูปข่าว : "พล.อ.ประวิตร" เร่งบริหารน้ำฤดูแล้ง 2 เดือน ดัน 9 แผนรับมือฝน

"พล.อ.ประวิตร" ร่วมประชุมอนุ กก.ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สั่งเร่งแผนจัดการน้ำช่วงฤดูแล้ง และดัน 9 แผนรับมือฤดูฝน

วานนี้ (15 มี.ค. 2564) พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดย พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า เนื่องจากยังเหลือช่วงเวลาในฤดูแล้งอีก 2 เดือน ได้แก่ เดือน มี.ค. และเดือน เม.ย. ก่อนจะเข้าสู่ช่วงของฤดูฝน การประชุมในวันนี้จึงได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำและการดำเนินงานตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ปี 2563/64 ควบคู่ไปกับการพิจารณามาตรการรับมือในฤดูฝนปี 2564 ด้วย

วันนี้ก็ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี 2563/64 อย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงปลายฤดูแล้ง นอกจากนี้ ที่ประชุมวันนี้ยังได้เห็นชอบมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2564 ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด 9 มาตรการรองรับสถานการณ์ฤดูฝน ปี 2564

ได้แก่ 1.การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และฝนทิ้งช่วง 2.บริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อใช้รองรับน้ำหลาก 3.ทบทวน ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ ขนาดใหญ่ – กลางและเขื่อนระบายน้ำ 4.ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคารชลศาสตร์ /ระบบระบายน้ำ สถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน 5.ปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ 6. ขุดลอกคูคลอง กำจัดผักตบชวา 7.เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือในการ ให้ความช่วยเหลือ 8. สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ และ 9.การติดตามประเมินผล โดยมอบหมายให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบนำมาตรการไปจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ด้าน นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า จากการติดตามสภาพอากาศในช่วงต่อจากนี้ พบว่า เดือนมีนาคมนี้ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะใกล้เคียงค่าปกติ ยกเว้นบริเวณภาคเหนือจะมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 20 และภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 10 ส่วนเดือน เม.ย. คาดว่าปริมาณฝนรวมจะสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 20

ที่ประชุมวันนี้ ได้ติดตามการดำเนินงานตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ปี 2563/64 ซึ่งมีผลการดำเนินการที่สำคัญ อาทิ การเร่งเก็บน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ พบว่า ตั้งแต่ 1 พ.ย.2563 - 28 ก.พ.2564 กักเก็บได้เพิ่มขึ้น 2,947 ล้าน ลบ.ม. 2. การจัดหาแหล่งสำรองน้ำดิบเพื่อป้องกันผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ ซึ่งพบว่า ในเขตการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ยังไม่มีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ

ขณะที่นอกเขต กปภ. มีพื้นที่เฝ้าระวังขาดแคลนน้ำ 42 จังหวัด 22 อำเภอ 41 ตำบล พบว่ามีพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่มอีก 2 จังหวัด ได้แก่ จ.เพชรบูรณ์ และ จ.ลำปาง การจัดสรรน้ำฤดูแล้งจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบัน จัดสรรน้ำไปแล้วทั้งสิ้น 8,269 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 71 ตลอดทั้งฤดูแล้ง โดยจัดสรรน้ำเป็นไปตามแผน 15 แห่ง และจัดสรรน้ำเกินแผน 16 แห่ง ทั้งนี้ แผนงานโดยส่วนใหญ่หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการได้เป็นไปตามแผน

ที่ประชุมมีข้อห่วงใยในเรื่องแผนการวางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง พบว่า มีการปลูกทั้งในเขตและนอกเขตมากกว่าแผน 2.97 ล้านไร่ จากเป้าหมายทั้งประเทศ 8.88 ล้านไร่ ซึ่งได้เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในการจัดสรรน้ำด้วยที่ต้องควบคุมอย่างเคร่งครัดไม่ให้ส่งผลกระทบต่อน้ำต้นทุนฤดูฝน รวมถึงมาตรการเสริมที่จะไม่ให้ขยายพื้นที่เพาะปลูกต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน