"แพปลาไหล" เศรษฐกิจชุมชนคนป่าพรุควนเคร็ง

"แพปลาไหล" เศรษฐกิจชุมชนคนป่าพรุควนเคร็ง

"แพปลาไหล" เศรษฐกิจชุมชนคนป่าพรุควนเคร็ง

รูปข่าว : "แพปลาไหล" เศรษฐกิจชุมชนคนป่าพรุควนเคร็ง

แม้ป่าพรุควนเคร็งจะเกิดไฟไหม้บ่อยครั้ง แต่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาไหลที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ มีเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อปี

วันนี้ (19 มี.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ป่าพรุควนเคร็งเนื้อที่หลายแสนไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีน้ำท่วมขังเกือบตลอดทั้งปี ทำให้มีสัตว์น้ำชุกชุม โดยเฉพาะปลาไหลที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก การหาปลาไหลส่งขายสร้างรายได้ จึงเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านหลายคน

 

 

 

การหาปลาไหลทำได้ไม่ยาก เพียงแค่นำกระบอกดักปลาไหล ซึ่งใส่เหยื่อล่อไว้ด้านในไปวางตามร่องน้ำในป่าพรุไว้ 1 คืน ก่อนจะมาเก็บกู้ในวันรุ่งเช้า ซึ่งแทบทุกกระบอกก็จะมีปลาไหลติดมา ดังนั้น การหาปลาไหลจึงกลายเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านหลายคนรอบป่าพรุควนเคร็ง ที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างมั่นคง

ปลาไหลหายาก ราคากิโลกรัมละ 140-170 บาท

แพปลาไหล ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมรับซื้อปลาไหล จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองปริมาณปลาไหลที่ชาวบ้านหาได้ปริมาณมากในแต่ละวัน ซึ่งชาวบ้านที่ยึดอาชีพหาปลาไหลแต่ละคนจะมีรายได้ตั้งแต่วันละ 500-2,000 บาท โดยราคาปลาไหลจะขึ้นลงตามฤดูกาล ในช่วงหน้าฝน ราคาจะอยู่ที่ 80-120 บาท ต่อกิโลกรัม ส่วนหน้าแล้งปลาไหลหายาก ราคาจะสูงขึ้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 140-170 บาท

 

 

 

แพปลาไหลเจ้แป้ว ซึ่งรับซื้อปลาไหลมากว่า 20 ปี ในแต่ละวันจะมีชาวบ้านนำปลาไหลมาส่งขาย 30-60 คน มีปริมาณปลาไหลตั้งแต่ 300-500 กิโลกรัม แพปลาไหลหนึ่งแห่ง จึงก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชนวันละประมาณ 50,000 บาท

ปลาไหลพรุควนเคร็ง สีสันสวยงาม - รสชาติอร่อย

นางวรกร ขุนบันเทิง ผู้ค้าส่งปลาไหล จ.นครปฐม แม่ค้าคนกลาง ซึ่งมารับซื้อปลาไหลเพื่อนำไปส่งขายต่อที่ จ.นครปฐม บอกว่า ปลาไหลจากป่าพรุควนเคร็งมีสีทองสีสันสวยงาม รสชาติอร่อยจึงเป็นที่ต้องการของตลาดในแต่ละรอบ จะรับซื้อปลาไหลไปขายต่อประมาณ 1,000 กิโลกรัม

 

 

 

รอบป่าพรุควนเคร็งมีแพปลาไหลอย่างน้อย 4 แห่ง ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนวันละกว่า 200,000 บาท ในแต่ละปีจึงมีเงินกระจายในชุมชนกว่า 50 ล้านบาท ชุมชนรอบป่าพรุควนเคร็ง จึงเป็นแหล่งส่งออกปลาไหลใหญ่ที่สุดในประเทศ แต่ในขณะเดียวกันชาวบ้านสะท้อนปัญหาว่าไฟที่ไหม้ป่าพรุเกือบทุกปี ส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้ปริมาณปลาไหลลดลง จึงอยากให้ทุกภาคส่วนหาทางแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าพรุอย่างยั่งยืน

 

กลับขึ้นด้านบน