จำคุก 1 เดือน “เพนกวิน” ละเมิดศาล ลดโทษเหลือกักขัง 15 วัน

จำคุก 1 เดือน “เพนกวิน” ละเมิดศาล ลดโทษเหลือกักขัง 15 วัน

จำคุก 1 เดือน “เพนกวิน” ละเมิดศาล ลดโทษเหลือกักขัง 15 วัน

รูปข่าว : จำคุก 1 เดือน “เพนกวิน” ละเมิดศาล ลดโทษเหลือกักขัง 15 วัน

ศาลสั่งจำคุก 1 เดือน นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน ละเมิดอำนาจศาล แต่เนื่องจากรับสารภาพและไม่เคยทำผิดข้อหานี้ รวมทั้งยังเป็นนักศึกษา ลดโทษเหลือ กักขัง 15 วัน ด้านเพนกวิน อ้างไม่เจตนาสร้างความวุ่นวาย

วันนี้ (22 มี.ค.2564) ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 1 เดือน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน กรณีละเมิดอำนาจศาลปฏิบัติตนไม่เรียบร้อยในห้องพิจารณา แต่เนื่องจากรับสารภาพจึงเหลือจำคุก 15 วัน และพิจารณาตามสถานะนักศึกษา ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน มีความรู้สำนึกในการทำผิด รวมทั้งข้อหาดังกล่าวกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน สุดท้ายศาลจึงพิจารณาให้กักขัง 15 วัน ตามกฎหมายอาญา มาตรา 23

โดยจากการไต่สวนนายพริษฐ์ให้เหตุผลต่อผู้พิพากษาว่า ในวันดังกล่าวมีการพิจารณาคดีจำเลยหลายคน และนายพริษฐ์โดนพิจารณาใน 2 เรื่อง แต่ไม่มีโอกาสได้แย้งหรือเรียกร้องขอประกันจึงใช้โอกาสยืนขึ้นแถลงกลางห้องพิจารณาคดี แต่ผู้พิพากษาเล็งเห็นแล้วว่าจะเกิดความวุ่นวายจึงลงจากบัลลังก์ แต่นายพริษฐ์ยังยืนกรานจะทำพฤติกรรมต่อเนื่อง แม้ตำรวจศาลเข้ามาห้าม โดยมีหลักฐานเป็นภาพเคลื่อนไหวจากฝ่ายไอทีว่านายพริษฐ์ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมจริงจึงสั่งลงโทษ

ก่อนหน้านี้ทนายได้แย้งต่อศาลถึงสาเหตุที่นายพริษฐ์ไม่ได้อ่านหนังสือเรียนและที่ผ่านมาราชทัณฑ์ไม่อนุญาตให้มารดาของนายพริษฐ์ฝากหนังสือเรียนไว้ ผู้พิพากษาแจ้งกลับมาว่าสามารถทำได้แต่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของราชทัณฑ์

นอกจากนี้ ศาลได้เตือนถึงกรณีการเขียนจดหมายแนวทางการต่อสู้ของแกนนำว่าสามารถทำได้แต่ห้ามเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งทางทนายยืนยันว่าหากไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ก็ยังสามารถเผยแพร่ได้

สำหรับการไต่สวนในวันนี้นายพริษฐ์ถูกควบคุมตัวมาโดยให้นั่งรถวีลล์แชร์มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และมีสภาพร่างกายค่อนข้างอ่อนแรงดมยาดมตลอดเวลา

ก่อนที่นายพริษฐ์ได้แถลงต่อศาลในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิการประกันตัว แต่ศาลระบุว่าการไต่สวนครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจศาลไม่เกี่ยวกับคดีอื่น ก่อนอนุญาตให้นายพริษฐ์ชี้แจงใน 5 นาที จากนั้น ศาลได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ในวันนั้น ซึ่งนายพริษฐ์ชี้แจงว่าไม่ได้เจตนาสร้างความวุ่นวายเพียงแต่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมและทราบว่าการกระทำดังกล่าวศาลสามารถลงโทษตนได้ และไม่เสียใจที่เสียอิสระภาพแต่เสียใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ไต่สวนแกนนำราษฎรกรณีจดหมายอานนท์

วันเดียวกันนี้ นายอานนท์ นำภา, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาเป็นพยานเบิกความกรณีข้อร้องเรียนจดหมายของนายอานนท์ นำภา กรณียื่นจดหมายร้องเรียนการทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ในความพยายามเข้ามาแยก ไมค์ ไผ่ และ โตโต้ ไปตรวจ COVID-19 ยามวิกาล

วันนี้การนำผู้ต้องหามาเบิกความเป็นไปอย่างเข้มงวด สื่อมวลชนที่จะเข้าทำข่าวต้องแลกบัตรขออนุญาตตามระเบียบและจำกัดจำนวน

นายจตุภัทร์ และ นายภาณุพงศ์ เบิกความไปในทิศทางเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่พยายามเข้ามา แยกพวกตัวเอง 3 คน ไปยังสถานพยาบาล แต่พวกตัวเองได้ปฏิเสธ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเวลายามวิกาล และเคยได้ยินเรื่องเล่าว่าเคยมีผู้ต้องขังถูกแยกไปแล้วไม่ได้กลับมาเกรงจะมีอันตราย

ส่วนทนายความศูนย์สิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า วันนี้ศาลยังมีคำสั่งให้ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ มาเบิกความเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง โดยศาลฯ ให้นำภาพจากกล้องวงจรปิดในเรือนจำฯ ทั้งหมดมาแสดงด้วย

นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เบิกความต่อว่า การตรวจโควิดดังกล่าวเป็นไปโดยเปิดเผย ผู้ต้องขังคนอื่นสามารถเห็นการทำงานได้มิได้เป็นการพาไปตรวจยังสถานที่อื่น ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้ต้องขังปฏิเสธการตรวจโควิด

การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานว่าไม่มีการใช้ความรุนแรง ยืนยันการตรวจโควิดในช่วงเวลากลางคืนเป็นเรื่องที่ทำได้และทำอยู่เสมอ

ภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวน ศาลนัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 29 มี.ค.นี้

 

 

ข่าวที่เกี่ยว

กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ยืนนิ่ง 112 นาที ร้องปล่อยผู้ต้องหาคดี ม.112

แม่ห่วงสุขภาพ "เพนกวิน" หลังประท้วงอดอาหาร

บิลค่าอาหาร "เพนกวิน" หลังประกาศขออดอาหารประท้วง

ผลตรวจ "เพนกวิน" สุขภาพปกติ หลังอดอาหารประท้วง

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน