ก.ล.ต.สั่งฟันปมทุจริต "วัตถุดิบ GGC" ล่องหน 2,157 ล้านบาท

ก.ล.ต.สั่งฟันปมทุจริต "วัตถุดิบ GGC" ล่องหน 2,157 ล้านบาท

ก.ล.ต.สั่งฟันปมทุจริต "วัตถุดิบ GGC" ล่องหน 2,157 ล้านบาท

รูปข่าว : ก.ล.ต.สั่งฟันปมทุจริต "วัตถุดิบ GGC" ล่องหน 2,157 ล้านบาท

ก.ล.ต.กล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหาร บมจ.โกลบอลกรีน เคมีคอล หรือ GGC กับพวก รวม 11 ราย ต่อ ปอศ. กรณีทุจริตวัตถุดิบคงคลัง เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย มูลค่ารวม 2,157 ล้านบาท พร้อมส่งเรื่องต่อ ปปง.

วันนี้ (23 มี.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหาร บริษัท โกลบอลกรีน เคมีคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) 2 ราย ได้แก่ 1. นายจิรวัฒน์ นุริตานนท์ ขณะเกิดเหตุ (ระหว่างปี 2557 - 2561) เป็นกรรมการผู้จัดการ และ 2. นายวัลลภ เทียนทอง ขณะเกิดเหตุเป็นผู้จัดการฝ่ายหน่วยงานการตลาด การขาย และจัดซื้อวัตถุดิบ กรณีเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียนและในบริษัทจดทะเบียนไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต อันเป็นการทุจริตจนเป็นเหตุให้ GGC ได้รับความเสียหาย

โดยได้กระทำผิดพร้อมพวก อีก 9 ราย ซึ่งเป็นผู้ขายวัตถุดิบ ได้แก่ 3. บริษัท อนัตตา กรีน จำกัด 4. นายพลลภัตม์ ศรีวิศาลวงษ์ 5. บริษัท อีสานพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์ม จำกัด 6. บริษัทยูนิตี้ ปาล์ม ออยล์ จำกัด 7. นายบรม เอ่งฉ้วน 8. บริษัท จีไอ กรีน ปาล์ม ออยล์ จำกัด 9. นางธนิภา พวงจำปา 10. บริษัท โอพีจีเทค จำกัด และ 11. นายเศรษฐ์ฐ พัฒนมาศ กรณีร่วมกันดำเนินการให้บริษัทซื้อวัตถุดิบและจ่ายชำระเงินค่าซื้อเต็มจำนวนให้แก่ผู้ขายโดยไม่ได้รับวัตถุดิบทั้งหมดหรือได้รับเพียงบางส่วน แต่กลับลงบันทึกในระบบบัญชีของบริษัทว่าได้รับวัตถุดิบครบถ้วนแล้ว รวมทั้งกรณีส่งมอบวัตถุดิบไปกลั่นโดยไม่ได้มีการกลั่นจริง อันทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่ารวม 2,157 ล้านบาท

พร้อมแจ้งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ 

การกระทำของอดีตกรรมการและผู้บริหาร GGC และพวกรวม 11 รายข้างต้น เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 281/2 วรรค 2 ประกอบ 89/24 มาตรา 89/7 มาตรา 307 มาตรา 311 มาตรา 312 มาตรา 313 มาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ประกอบมาตรา 83 มาตรา 86 และมาตรา 91 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แล้วแต่กรณี ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลทั้ง 11 ราย ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ยังได้แจ้งการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ข้างต้น ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต.เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้ การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรม ตามลำดับ

กลับขึ้นด้านบน