เลี้ยงแพะเนื้อสร้างรายได้ทดแทนสินค้าเกษตรตกต่ำ

เลี้ยงแพะเนื้อสร้างรายได้ทดแทนสินค้าเกษตรตกต่ำ

เลี้ยงแพะเนื้อสร้างรายได้ทดแทนสินค้าเกษตรตกต่ำ

รูปข่าว : เลี้ยงแพะเนื้อสร้างรายได้ทดแทนสินค้าเกษตรตกต่ำ

การทำปศุสัตว์ ขณะนี้กำลังได้รับความนิยม และถือว่าประสบความสำเร็จ เช่นเกษตรกร จ.นครศรีธรรมราช ที่ปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงแพะเนื้อ

พื้นที่หลังบ้านที่เคยเป็นยางพารา นางบุญพา เกลี้ยงขำ ชาว ต.เขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โค่นทิ้ง เพราะราคายางตกต่ำต่อเนื่อง แล้วเปลี่ยนมาเป็นเลี้ยงแพะเนื้อ

นางบุญพาบอกว่า เลี้ยงมา 4 ปีแล้ว เริ่มต้นด้วยการลงทุนซื้อแพะ พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาก่อน พ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 15 ตัว ก็เลี้ยงเพื่อให้ได้ลูก จนขณะนี้มี 75 ตัว

วิธีการเลี้ยงไม่ยาก ให้หญ้าเนเปียร์ ผสมกับอาหารทั้งคอกมื้อละ 100 บาท เพราะนางบุญพาลดต้นทุน ด้วยการนำหญ้าเนเปียร์ที่ปลูกเองมาเลี้ยง มูลแพะ ก็นำไปขายเป็นปุ๋ยใส่ต้นทุเรียนได้อีก แม่พันธุ์ท้อง 5 เดือน คลอดออกมา เลี้ยงต่ออีก 4เดือน ก็สามารถขายได้ โดยจะมีพ่อค้ามาซื้อถึงที่

ขณะเดียวกันบางส่วนที่นำมาเพิ่มมูลค่า เช่น แปรรูปเป็นสบู่ เนื้อแพะสวรรค์ กุนเชียงแพะ มัสมั่นแพะ เป็นต้น

ขณะนี้นางบุญพาบอกว่า รายได้จากการเลี้ยงแพะเฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาท ซึ่งช่วงโควิด-19 ได้รับผลกระทบบ้าง และยังมีเงินไป ส่งธนาคารตามปกติ แม้ธนาคารพักหนี้ ก็เลือกจะจ่าย เพราะหนี้จะได้หมดไวๆ

ไม่ใช่แค่แพะ ยังมีเกษตรกร หันไปปลูกทุเรียน และรวมกลุ่มกันเป็นแปลใหญ่เพื่อลดต้นทุนพื่อต่อรองกับลูกค้า

กลุ่มนี้มีสมาชิกเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ อย่างนายกิตติศักดิ์ เพ็งสุทธิ์ ตัวแทนของกลุ่มทุเรียนเเปลงใหญ่ ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ไม่เพียงเรียนรู้การปลูกทุเรียนขาย เขาไป เรียนรู้ลองผิด ลองถูก ปลูกทุเรียนนอกฤดู 

ขณะนี้ผลผลิต เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งราคาทุเรียนที่ขายได้ราคาสูงสุดกิโลกรัมละ 185 บาท แต่โควิด-19 ทำให้ต้นทุนการส่งทุเรียนแพง พ่อค้าเลยขอลดราคาลงมา ตอนนี้ราคาเฉลี่ย 150 บาทต่อกิโลกรัม

นายกิตติศักดิ์ เพ็งสุทธิ์ บอกว่า มีสมาชิกหลายคนต้องการปลูกนอกฤดู แต่พื้นที่มีปัญหาเรื่องน้ำที่มีน้อย และอาจเสี่ยงทำให้ต้นทุเรียนตาย อยู่ระว่างหาทางแก้ปัญหา โดยส่วนหนึ่งขอกู้เงินลงทุนจาก ธ.ก.ส.ไปลงทุนหาแหล่งน้ำด้วย

ด้าน ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสิชล บอกว่า ขณะนี้เกษตรกรหลายคนตื่นตัว เริ่มปรับเปลี่ยนไป ปลูกพืชอื่นที่สร้างรายได้มากกว่า ยางพารา และ ปาล์ม ซึ่งส่วนใหญ่เปลี่ยนไปปลูกทุเรียน และทำปศุสัตว์

 

กลับขึ้นด้านบน