ซ้อนแผนจับ "ทสจ.มุกดาหาร" เรียกรับสินบนไม้พะยูง 2 ล้าน

ซ้อนแผนจับ "ทสจ.มุกดาหาร" เรียกรับสินบนไม้พะยูง 2 ล้าน

ซ้อนแผนจับ "ทสจ.มุกดาหาร" เรียกรับสินบนไม้พะยูง 2 ล้าน

รูปข่าว : ซ้อนแผนจับ "ทสจ.มุกดาหาร" เรียกรับสินบนไม้พะยูง 2 ล้าน

ตำรวจ ปปป.ซ้อนแผนจับ นายสุรเดช อัคราช ผอ.ทสจ.มุกดาหาร เรียกรับเงินผลประโยชน์ 2 ล้านบาทกรณีคืนของกลางไม้พะยูงมูลค่า 600 ล้านบาท หลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีและให้คืนของกลางกับเจ้าของ ปลัดทส.สั่งย้ายพร้อมตั้งกรรมการสอบภายใน 15 วัน

วันนี้ (25 มี.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมกันแถลงจับกุมนายสุรเดช อัคราช อายุ 58 ปี ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร (ผอ.ทสจ.) และน.ส.พรรณ แสงวิรุณ หรือทิพย์เกสร แสงวิรุณทร อายุ 28 ปี พร้อมของกลางเงินสดฉบับละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง 

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา นายคำสะไหว พมมะจัน นักธุรกิจค้าไม้ชาว สปป.ลาว ผู้เสียหาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายสุรเดช เนื่องจากผู้เสียหายกับพวกได้รับมอบอำนาจ ให้มารับไม้พะยูงของกลาง จำนวน 11 ตู้คอนเทนเนอร์ มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ที่ถูกเจ้าหน้าที่ไทยยึดไว้ตั้งแต่ปี 2549 เป็นคดีความที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลในประเทศไทย ระหว่างอัยการและนางอรัญญา อุปติสิงห์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท แอล เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งเป็นจำเลย ในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร และได้ต่อสู้คดีความกันในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ จนถึงศาลฎีกา และได้พิพากษายกฟ้องจำเลย รวมทั้งให้คืนไม้ของกลางกับผู้เสียหาย

 

นายคำสะไหว ผู้เสียหาย จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางเอกสารเพื่อขอรับไม้ของกลางคืน ตามคำพิพากษา จึงประสานหน่วยงานที่ทำการยึด และดูแลของกลาง คือเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และตำรวจ แต่นายสุรเดช ซึ่งเป็นผู้ร่วมตรวจยึดของกลาง ได้ติดต่อผู้เสียหายเพื่อเรียกรับเงินจำนวน 2 ล้านบาท อ้างว่าแลกกับการตอบหนังสือตามกฎหมาย สำนักงานปลัดทส. ว่าไม่ขัดข้องที่จะคืนไม้ของกลางให้กับนายคำสะไหว

ผู้เสียหายรู้สึกว่าถูกเจ้าหน้าที่ราชการไทย ข่มขู่ เรียกรับผลประโยชน์ จึงประสานตำรวจ ปปป.ร่วมตรวจสอบ และทำการวางแผน นัดแนะ ในสถานที่แห่งหนึ่ง ให้ผู้ต้องหามารับเงิน ระหว่างนั้น นายสุรเดช ให้ น.ส.กษพรรณ มารับเงินจากรถผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที

พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายสุรเดช ผู้ต้องหาคนที่ 1 ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าว ส่วนน.ส.กษพรรณ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ตั้งกรรมการสอบ 15 วัน-โทษขั้นไล่ออก

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า ขณะนี้ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว สั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีรองปลัด ทส.สอบสวน และขีดเส้นให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน โดยจะดูข้อมูลข้อเท็จจริง และหลักฐานจากตำรวจ ปปป. แต่เบื้องต้นได้สั่งย้ายมาที่สำนักงานปลัดทส.ทันที ซึ่งหากผลสอบสวนแล้วเสร็จจึงจะบอกได้ว่าโทษแบบไหน แต่กรณีนี้โทษถึงไล่ออกจากราชการ 

เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่คิดไม่ดี แต่ทำให้เสียชื่อเสียงของกระทรวง แต่ขอว่าอย่าเหมารวม ตอนนี้คือให้ย้ายและตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และทางคดีอาญาเป็นเรื่องที่ตำรวจดำเนินการ 

นายจตุพร กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของทสจ.มุกดาหาร ซึ่งเคยเป็นป่าไม้มาก่อนอาจจะรู้ช่องทางแบบนี้ เพราะตามอำนาจของ ทสจ.ไม่มีอำนาจที่จะเกี่ยวข้องกับขั้นตอนใดๆของไม้ของกลางในคดี เป็นเรื่องของกรมป่าไม้ เรื่องนี้ได้รายงานต่อนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.แล้ว และสั่งให้ดำเนินการถึงที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ดี

ตำรวจดำเนินคดีอาญาข้อหารับสินบน 

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ไม้พะยูง ที่เป็นของกลาง พบว่าเป็นไม้ที่ปลูกจาก สปป.ลาว เมื่อศาลพิพากษาแล้วไม่มีความผิด ของกลางจะต้องคืนให้กับผู้เสียหายทันที ตามขั้นตอนจะต้องประสานเจ้าหน้าที่กรมป่าใหม่ที่ตรวจยึด ขอคืน ทางเจ้าหน้าที่จะต้องเซ็นคืนตามคำสั่งศาล โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเซ็นรับ

สำหรับการดำเนินคดี นายสุรเดช ตำรวจ ปปป.จะดำเนินคดีทางอาญา ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนการดำเนินทางวินัย ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากมีหลักฐานชัดเจนว่ากระทำผิด ก็จะถูกให้ออกจากราชการ ทันที ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม

 

กลับขึ้นด้านบน