ทส.สั่งรับมือผู้ลี้ภัยอพยพเข้าป่าสาละวินเกือบ 2,000 คน

ทส.สั่งรับมือผู้ลี้ภัยอพยพเข้าป่าสาละวินเกือบ 2,000 คน

ทส.สั่งรับมือผู้ลี้ภัยอพยพเข้าป่าสาละวินเกือบ 2,000 คน

รูปข่าว : ทส.สั่งรับมือผู้ลี้ภัยอพยพเข้าป่าสาละวินเกือบ 2,000 คน

ปลัดทส.สั่งรับมือผู้ลี้ภัยสู้รบแนวชายแดนเมียนมา ทะลักเข้าอุทยานแห่งชาติสาละวิน บริเวณห้วยโกปะ 1,871 คน จับมือฝ่ายความมั่นคงดูแล หวั่นเล็ดรอดเส้นทางธรรมชาติเสี่ยงแพร่ COVID-19 กระทรวงสาธารณสุข เร่งจัดสรรวัคซีนให้ทหารชายแดน เตรียมเฝ้าระวังโรค

วันนี้ (29 มี.ค.2564) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า ขณะนี้สั่งการให้ทุกพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่ของกรมป่าไม้ ที่มีแนวตะเข็บชายแดนกับประเทศเมียนมา เฝ้าระวังการอพยพของชาวเมียนมาลักลอบเข้าพื้นที่ด่านธรรมชาติ

ซึ่งได้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงในการเฝ้าระวังการลักลอบหนีเข้าเมือง เนื่องจากสภาพพื้นที่เส้นทางธรรมชาติที่กว้างอาจเป็นจุดหลบเลี่ยงได้ง่าย นอกจากนี้ยังกังวลเรื่องปัญหา COVID-19

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า เมื่อเวลา 12.00 น.​ นายโยธิน จงบุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จ.แม่ฮองสอน ได้รับแจ้งจากนายนาวี ศิลป์สุภากุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสาละวินว่า​

มีผู้อพยพลี้ภัยจากการสู้รบในเมียนมาเข้ามายังฝั่งไทย พื้นที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน บริเวณห้วยโกปะ จำนวน 1,871 คน แบ่งเป็น​ ชาย 912 คน หญิง 959 คน ซึ่งยังมีการอพยพเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

เบื้องต้นอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสาละวินอย่างใกล้ชิด และประสานหน่วยงานด้านความมั่นคง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อร่วมกันควบคุมดูแลต่อไป

สั่งจับตาชายแดนสังขละบุรี

ส่วนสถานการณ์ในอ.พญาตองซู ตรงข้ามกับ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เขตอิทธิพลกะเหรี่ยง KNU ยังคงมีชาวเมียนมา ออกมาจัดกิจกรรมทั้งกลางวันและกลางคืน แม้เหตุการณ์จะยังปกติ แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่น ได้สั่งจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ผู้นำชุมชนที่มีพื้นที่ติดชายแดน ดูแลการลักลอบข้ามแดนของแรงงาน และผู้หนีภัยความรุนแรงจากเมียนมา ตลอดจนกำชับให้ดูแลความสงบ และปลอดภัยในหมู่บ้านอย่างใกล้ชิด

จัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้ ทหาร-ตำรวจตามชายแดน

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายสาธารณสุข ได้เตรียมความพร้อมรับมือ หากเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 หรือโรคระบาดอื่น โดยได้หารือกับแม่ทัพภาคที่ 3 ทราบว่า ฝ่ายความมั่นคงจะพยายามตรึงพื้นที่ไว้ให้ได้มากที่สุด และจัดที่พักพิงให้กับชาวเมียนมาที่อพยพเข้ามาฝั่งไทย

สธ.พร้อมสนับสนุนเรื่องของการตรวจเชื้อ หากไม่เพียงพอก็จะจัดส่งรถพระราชทานชีวนิรภัยและรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน ลงไปในพื้นที่ทันที

 

นอกจากนี้ยังจัดสรรวัคซีนให้เพิ่มเติมให้กับทหาร ตำรวจตามชายแดน ซึ่งวันที่ 30 มี.ค.นี้ ทส.จะรับมอบวัคซีนซิโนแวค 800,000 โดสจากองค์การเภสัชกรรม และจะเร่งกระจายไปตามพื้นที่ชายแดนไม่ต้องกังวลว่าวัคซีนจะไม่เพียงพอ เนื่องจากได้กันส่วนหนึ่งเอาไว้ใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้โรงพยาบาลตามแนวชายแดน 10 จังหวัด เตรียมความพร้อมรับมือ สถานการณ์การเคลื่อนย้ายประชากรเมียนมาเข้าไทย พร้อมปรับแผนการกระจายวัคซีน COVID-19 ไปฉีดให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้าตามแนวชายแดน โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ

เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชาวเมียนมา มากที่สุด โดยประสานเพื่อทราบจำนวนผู้ปฏิบัติงานและจะจัดส่งวัคซีนโควิดไปฉีดให้ในภาวะเร่งด่วน โดยมีโรงพยาบาลทหาร เป็นผู้ดำเนินการฉีดให้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้อพยพหนีภัยสงครามทะลักเข้าไทยเกือบ 3,000 คน

 

กลับขึ้นด้านบน