แก้ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบ จ.แม่ฮ่องสอน

แก้ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบ จ.แม่ฮ่องสอน

แก้ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบ จ.แม่ฮ่องสอน

รูปข่าว : แก้ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบ จ.แม่ฮ่องสอน

เครือข่ายภาคประชาชนลุ่มน้ำสาละวิน เรียกร้องให้รัฐบาลดูแลผู้ลี้ภัยไประยะเวลาหนึ่งก่อน หากสถานการณ์ดีขึ้นจริง ทุกคนก็พร้อมจะกลับไปบ้าน ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยืนยัน ก่อนที่ผู้ลี้ภัยจะข้ามกลับไป มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันแล้ว

วันนี้ (30 มี.ค.2564) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ช่วยกันนำตัวผู้บาดเจ็บ จำนวน 7 คน จากเรือพยาบาล ที่เดินทางผ่านแม่น้ำสาละวิน มาจากรัฐกะเหรี่ยง มาขึ้นที่บ้านแม่สามแลบ ก่อนจะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมา ที่บ้านดิปุนุ กองพลน้อยที่ 5 รัฐกะเหรี่ยง เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทีมแพทย์เดินทางมารักษาพยาบาลเบื้องต้น หลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อเช้าวันนี้

 

นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชนลุ่มน้ำสาละวิน ระบุว่า ทางการไทยมีการเจรจาให้ผู้หนีภัยการสู้รบ เดินทางกลับไปยังที่ตั้ง

โดยอธิบายว่า ในพื้นที่ไม่พบรายงานว่า มีการโจมตีจากกองทัพเมียนมาแล้ว ชาวบ้านจึงทำตามคำแนะนำแต่ก็ยังไม่กล้ากลับไปหมู่บ้านเดิมที่อยู่ตอนใน จึงขอให้รัฐบาล ช่วยรับผู้หนีภัยกลุ่มนี้ไว้ก่อน

ขณะที่ ตัวแทนผู้ลี้ภัยได้ประสานมาทางเครือข่าย ขอให้ช่วยจัดหาเวชภัณฑ์และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และยืนยันว่า หากสถานการณ์ดีขึ้นก็พร้อมจะกลับไปยัง รัฐกะเหรี่ยง เหมือนเดิม

 

การขอสนับสนุนเวชภัณฑ์และเครื่องอุปโภคบริโภคเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากเย็นวานนี้ (29 มี.ค.2564) ปรากฏภาพ "ผู้หนีภัยการสู้รบ"ชาวกะเหรี่ยง ที่พำนักอยู่ในเขตป่าริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ย้ายข้ามแม่น้ำสาละวินกลับไปยังรัฐกะเหรี่ยง อย่างกลุ่มที่พำนักอยู่เหนือสบห้วยแม่สะเกิบกว่า 1,300 คน ก็ให้ข้ามกลับไปยังชุมชนอีทูโกร ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

 

ถ้าดูจากแผนที่บ้านแม่สามแลบ ขึ้นไปตามลำน้ำสาละวิน ใช้ระยะเวลาเดินเรือ ประมาณ 2-3 ชม.โดยจะผ่าน บ้านท่าตาฝั่ง ที่มีฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมา และฐานทหารพรานของไทยก่อน จากนั้นก็จะถึง บริเวณสบห้วยแม่สะเกิบและสบห้วยอีทูโกร ที่เป็นหมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยง และแคมป์รองรับผู้หนีภัยภายในประเทศ หรือ IDP Camp ที่ชื่ออีทูท่า

ด้านนายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชี้แจงว่า ไม่ได้มีการใช้กำลังผลักดันกลับประเทศตามที่เป็นข่าว แต่กองกำลังนเรศวร ได้เข้าไปเจรจาทำความเข้าใจ และทุกคนก็สมัครใจที่จะกลับ

ตอนนี้ฝั่งไทยเหลือ ผู้หนีภัย อยู่ไม่มากนัก แต่ถ้าสถานการณ์กลับมารุนแรงอีกครั้ง ทางจังหวัดก็พร้อมจะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อรองรับปัญหานี้ ขณะที่เมื่อวานนี้ มีรายงานว่า มีชาวบ้านจากรัฐกะเหรี่ยง จำนวน 76 คน ได้หนีภัยเข้ามามายังฝั่งไทยอีก

 

พื้นที่ที่มีรายงานว่า มีชาวกะเหรี่ยงอพยพเข้ามาเพิ่มเติม อยู่บริเวณใกล้ๆ กับ บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจสอบและจัดโซนที่พักอาศัยที่ปลอดภัยให้ไว้ชั่วคราวแล้ว

 

 

กลับขึ้นด้านบน