โควิดกระทบเกณฑ์ทหาร ขอผ่อนผัน ทบ.ต้องการ 7 หมื่นคน

โควิดกระทบเกณฑ์ทหาร ขอผ่อนผัน ทบ.ต้องการ 7 หมื่นคน

โควิดกระทบเกณฑ์ทหาร ขอผ่อนผัน ทบ.ต้องการ 7 หมื่นคน

รูปข่าว : โควิดกระทบเกณฑ์ทหาร ขอผ่อนผัน ทบ.ต้องการ 7 หมื่นคน

กองทัพเกณฑ์ทหารวันแรกยังไม่ได้ตามเป้า หลังจากเปิดรับสมัครแบบออนไลน์ในกลุ่มอายุ 18-20 ปี และ 22-29 ปี แต่ขอผ่อนผัน เพราะเลื่อน เปิด-ปิด สถานศึกษา

วันนี้ (1 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากยอดผู้สมัครเป็นทหารเกณฑ์โดยวิธีร้องขอเป็นกรณีพิเศษผ่านระบบออนไลน์ ในกลุ่มอายุ 18-20 ปี และ 22-29 ปี ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และมีชายไทยผ่านการคัดเลือก ตามเกณฑ์มาตรฐานของกองทัพบก 3,000 คน

 

ทำให้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ระบุให้หน่วยทหารเพิ่มการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ผู้ที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เข้ามาสมัครเป็นทหารกองประจำการด้วยความสมัครใจ และเพิ่มความเข้มงวดกวดขันวินัยกำลังพล เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตและการแอบอ้างช่วยเหลือให้พ้นจากการเป็นทหาร

 

โดยการเกณฑ์ทหารปีนี้ ยังอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เข้มงวด ทั้งการตรวจคัดกรองและเว้นระยะ ใช้รูปแบบทยอยตรวจเลือกระหว่างวันที่ 1-20 เม.ย.2564 ซึ่งปีนี้ชายไทยที่จะเข้ารับการตรวจเลือก คือผู้ที่เกิดปี 2543 อายุ 21 ปีบริบูรณ์ และผู้ที่เกิดปี 2535-2542 ซึ่งมีอายุ 22-29 ปีบริบูรณ์ ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก

 

พร้อมทั้งผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษให้นักศึกษา ที่มีเหตุจำเป็นสุดวิสัย จากกรณีสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สถาบันอุดมศึกษา ปรับเลื่อนการเรียนการสอน และวันเวลาการสอบ ตรงกับช่วงที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหาร สามารถแจ้งเหตุจำเป็นต่อสัสดี พร้อมแสดงหลักฐานตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.- 15 พ.ค.2564 และจะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารในปีถัดไป

ทั้งนี้แต่ละปีกองทัพต้องการทหารกองประจำการ 90,000-100,000 คน กระจายไปยังกองบัญชาการกองทัพไทย และ 3 เหล่าทัพ ในจำนวนนี้กองทัพบกมีความต้องการทหารเกณฑ์มากที่สุด 70,000 นาย

 

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หนุนแนวคิดระบบทหารอาสาอย่างเต็มที่ ตามนโยบายปฏิรูปกองทัพและระบบกำลังสำรอง บนพื้นฐานแบบค่อยเป็นค่อยไป

แม้ว่ากองทัพจะเปิดกว้างรับสมัครชายไทยเข้ามาเป็นทหาร เพื่อมุ่งสู่แนวคิดทหารอาสาที่เป็นรูปธรรม แต่ในสถานการณ์การเมืองที่มีความแตกต่างและหลากหลาย ทำให้ในที่ประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ที่ผ่านมา ได้กำชับแนวทางการตรวจเลือกทหารอย่างเข้มข้น

 

โดยนอกจากต้องยึดความยุติธรรมและโปร่งใส ยังต้องคำนึงถึงเรื่องทัศนคติที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่ในความเป็นจริงอาจจะตรวจสอบทัศนคติได้แต่ละบุคคลได้ยาก จึงต้องเน้นใช้วิธีปรับปรุงทัศนคติให้เป็นในทางที่สอดคล้องกับบทบาทการทำงานของกองทัพ หลังเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้ว

กลับขึ้นด้านบน