มุมมองชายไทยต่อการ “เกณฑ์ทหาร”

มุมมองชายไทยต่อการ “เกณฑ์ทหาร”

มุมมองชายไทยต่อการ “เกณฑ์ทหาร”

รูปข่าว : มุมมองชายไทยต่อการ “เกณฑ์ทหาร”

สถานการณ์โควิดที่กระทบเศรษฐกิจส่งผลให้ปีที่แล้วมีชายไทยสมัครเป็นทหารมากเป็นประวัติการณ์กว่า 40,000 คน หรือกว่า ร้อยละ 44 แต่จากการนำร่องรับสมัครทหารเกณฑ์ออนไลน์มียอดผู้สมัครไม่สูงนัก ทำให้คาดเดาได้ยากว่าภาพรวมผู้สมัครในปีนี้จะใกล้เคียงปีที่แล้วหรือไม่

นาทีจับใบดำใบแดงเป็นด่านสุดท้ายของการเกณฑ์ทหาร หลังชายไทยเหล่านี้ผ่านการตรวจเลือกมาแล้วทุกขั้นตอน และกระดาษเล็กๆ เพียงแผ่นเดียวอาจตัดสินเส้นทางชีวิตที่ต้องเปลี่ยนจากพลเรือนไปสวมเครื่องแบบทหารรับใช้ชาติ แม้บางคนเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วหากจับได้ใบแดงต้องไปเป็นทหาร แต่ถ้าเลือกได้ก็คาดหวังว่าจะได้ "ใบดำ" กลับบ้าน 

 

เช่นเดียวกับ "พีรพล ดำเนื้อดี" ผู้เข้ารับการตรวจเลือกทหารเขตบางบอน ที่ยืนยันว่าพร้อมเข้าไปรับใช้ชาติหากจับได้ใบแดง โดยไม่ได้กังวลว่าจะต้องผ่านการฝึกหนักเพราะได้รับคำแนะจากรุ่นพี่ที่เคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อนว่าการฝึกทหารใหม่จะเน้นหนักในช่วง 3 เดือนแรกเท่านั้น 

 

เรื่องการฝึกที่หลายคนกลัวน่าจะเป็นแค่การเล่าต่อๆกันมา เพราะรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ตรงเป็นทหารมาแล้วยืนยันว่าไม่ได้ฝึกหนักมากขนาดนั้น 

สอดคล้องกับ "เจษฎา เรือเสาร์" ที่อายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ เข้ารับการตรวจเลือกทหารในปีนี้ที่เขตบางบอน โดยได้เตรียมพร้อมร่างกายและจิตใจ หากต้องเข้ากรมไปเป็นทหารในปีนี้ และทางบ้านก็สนับสนุนให้เป็นทหาร แต่ส่วนตัวก็ขอมีงานและภาระที่ต้องรับผิดชอบ พร้อมทั้งมองว่าหลายคนที่ไม่อยากเป็นทหารก็น่าจะภาระหน้าที่ และมีคนในครอบครัวที่ต้องดูแล แต่สำหรับบางคนการเป็นทหารเกณฑ์ก็อาจหมายถึงอนาคตที่ดีกว่าเดิม 

มุมมองผมไม่อยากให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพราะอาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับบางคนที่จะมีอาชีพและมีอนาคตต่อไป เพื่อนผมหลายคนก็สมัครเป็นทหาร 

"กฤษณะ วีรศักดิ์" หนึ่งในผู้สมัครเป็นทหารเกณฑ์ปีนี้ โดยเลือกสังกัดกองทัพอากาศ และคาดหวังว่าการเข้าไปเป็นทหาร 2 ปี เต็มจะสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิตทั้งเรื่องเรียน และต่อยอดรับราชการทหาร 

 

ผมคิดมาจากบ้าน และตัดสินใจด้วยตัวเองที่จะสมัครเป็นทหารเกณฑ์ เพื่อเข้าไปต่อยอดเรียน กศน.ระหว่างรับราชการ และยังมีรายได้จากการเป็นทหารไว้ใช้จ่ายและแบ่งให้ทางบ้านด้วย 

สำหรับการเกณฑ์ทหารปีนี้ นับเป็นปีที่ 2 ที่อยู่ภายใต้มาตรการป้องกัน COVID - 19 อย่างเคร่งครัด มีจุดคัดกรองและแบ่งโซนพื้นที่ต่าง ๆอย่างชัดเจน ทั้งโซนสำหรับผู้ที่ใช้สิทธิ์ขอผ่อนผัน พื้นที่สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกตามปกติ และพื้นที่พักคอยของญาติและผู้ปกครอง 

 

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำนโยบายเกณ์ทหารปีนี้ต้องยุติธรรมโปร่งใส และคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาเป็นทหาร 

 

ก่อนหน้านี้กองทัพเปิดรับสมัครทหารเกณฑ์โดยวิธีร้องขอเป็นกรณีพิเศษผ่านระบบออนไลน์ต้นเดือน มี.ค.2564 และมีผู้สมัครราว 3,000 คน จากยอดที่เปิดอัตรารับกว่า 10,000 คน ซึ่งเป็นยอดที่ไม่สูงนัก 

 

ทำให้เกิดข้อสังเกตและคาดเดาได้ยากว่าภาพรวมผู้สมัครในช่วงการตรวจเลือกปกติในช่วงวันที่ 1 - 20 เม.ย.นี้ จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว หรือกว่า 40,000 คน ได้หรือไม่ 

 

เนื่องจากกองทัพต้องการทหารเกณฑ์ราว 90,000 คน และเฉพาะกองทัพบกต้องการทหารเกณฑ์มากถึงกว่า 70,000 คน คงต้องรอวัดใจชายไทยทั่วประเทศกันอีกครั้ง หลังการตรวจเลือกทหารวันสุดท้ายสิ้นสุดสุดในวันที่ 20 เม.ย.นี้

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน