บช.น.เรียกสอบผู้เกี่ยวข้องอาคารถล่ม - หาวิศวกรก่อสร้าง 5 เม.ย.นี้

บช.น.เรียกสอบผู้เกี่ยวข้องอาคารถล่ม - หาวิศวกรก่อสร้าง 5 เม.ย.นี้

บช.น.เรียกสอบผู้เกี่ยวข้องอาคารถล่ม - หาวิศวกรก่อสร้าง 5 เม.ย.นี้

รูปข่าว : บช.น.เรียกสอบผู้เกี่ยวข้องอาคารถล่ม - หาวิศวกรก่อสร้าง 5 เม.ย.นี้

รอบพื้นที่อาคารถล่มถูกปิดกั้นเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า โดยเจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานจะลงพื้นที่อีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้ ขณะที่ รอง ผบช.น.เตรียมเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาธิการ สำนักงานเขตทวีวัฒนา เข้าให้ปากคำว่ามีการก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ เพื่อหาตัววิศวกรต่อไป

วันนี้ (4 เม.ย.2564) เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดจากสำนักงานเขต ทวีวัฒนาเข้าเก็บกวาดและฉีดล้างถนน พื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุอาคารในหมู่บ้าน กฤษดานคร 31 เขตทวีวัฒนา ที่พังถล่มหลังเกิดเพลิงไหม้ หลังช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ แต่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบเพื่อเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุได้ ขณะเดียวกันการรื้อถอนซากอาคาร ก็ต้องเร่งดำเนินการเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ


นายพรเลิศ เพ็ญพาส ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา เปิดเผยว่า การรื้อถอนจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแต่ต้องประสานข้อมูลร่วมกันกับตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อให้คงไว้ซึ่งพยานหลักฐานสำคัญต่อการพิสูจน์ทราบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้รวมถึงสาเหตุที่อาคารพังถล่มด้วย

เบื้องต้น ตั้งข้อสังเกตว่า อาคารควรมีความคงทนต่อไฟได้นานกว่านี้ แต่ก็ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ยังต้องใช้เวลาเก็บพยานหลักฐาน ตรวจวิเคราะห์ ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้อาจจะมีเจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบพื้นที่และเก็บข้อมูลแวดล้อมต่างๆ ประกอบการตรวจสอบเชิงลึกหลังได้รับอนุญาต เพื่อวิเคราะห์สาเหตุโดยเฉพาะประเด็นโครงสร้าง ว่า ก่อสร้างตรงตามแบบ ตามคุณสมบัติ หรือ มีการต่อเติม หรือ ไม่อย่างไร


ทั้งนี้ ผู้อำนวยการเขตวัฒนา ระบุว่า  การตรวจสอบอาคารเชิงลึกทั้งในส่วนของตำรวจ พิสูจน์หลักฐานรวมถึงเจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จะเกิดขึ้นทันทีภายหลังที่มีใบอนุญาตให้รื้อถอนจากสำนักงานเขตพื้นที่ ซึ่งตัวแทนเจ้าของอาคารต้องยื่นขอตามจั้นตอน โดยขั้นตอนนี้ได้เร่งรัดให้ดำเนินการอย่างเร็วที่สุด คาดว่าจะดำเนินการได้ในวันพรุ่งนี้

สำหรับการรื้อถอนอาคาร จะไม่รื้อถอนทั้งหมดแต่จะคงไว้ซึ่งพื้นที่สำคัญต่อการพิสูจน์ทราบหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้รวมไปถึงสาเหตุที่อาคารพังถล่มลงมาด้วย เบื้องต้น คือชั้น 1 ด้านหน้าฝั่งซ้ายของอาคาร เนื่องจากตำรวจพิสูจน์หลักฐานสันนิษฐานตามข้อมูลที่ได้จากผู้ประสบเหตุว่า เป็นจุดต้นเพลิง

ล่าสุด ทีมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ หรือ วสท. ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้และอาคารถล่ม
พร้อมย้ำการฉีดน้ำดับไฟไม่ส่งผลให้อาคารถล่มลงมา แต่เกิดจาการเสื่อมสภาพของโครงสร้าง

เรียกเจ้าหน้าที่เขตให้ปากคำปมก่อสร้าง

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ตำรวจได้ประสานไปทางสำนักงานเขตเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนว่าอาคารดังกล่าว มีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมาย หรือ มีวิศวกรรับรองถูกต้องหรือไม่ หากพบมีการก่อสร้างผิดระเบียบ จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย


ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ ( 5 เม.ย.) ตำรวจจะเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธาธิการ สำนักงานเขตทวีวัฒนา เข้าให้ปากคำ พร้อมนำสำเนาแบบก่อสร้างอาคาร เพื่อสอบถามเรื่องการอนุญาตก่อสร้างตึกว่าถูกต้องหรือไม่ รวมไปถึงตามหาตัววิศวกรการก่อสร้างว่าเป็นใคร โดยช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบอุปกรณ์การก่อสร้าง เช่น เหล็กและปูน เพื่อเก็บตัวอย่างมาตรวจพิสูจน์ ตามขั้นตอนตรวจวิเคราะห์หลักฐาน

 

กลับขึ้นด้านบน