ประท้วงต้านรัฐประหาร ชาวเมียนมาเสียชีวิตแล้ว 550 คน

ประท้วงต้านรัฐประหาร ชาวเมียนมาเสียชีวิตแล้ว 550 คน

ประท้วงต้านรัฐประหาร ชาวเมียนมาเสียชีวิตแล้ว 550 คน

รูปข่าว : ประท้วงต้านรัฐประหาร ชาวเมียนมาเสียชีวิตแล้ว 550 คน

ชาวเมียนมาในหลายเมืองยังเดินหน้าประท้วงต่อต้านการรัฐประหารของกองทัพอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการปราบปรามอย่างรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 550 คน

วันนี้ (4 เม.ย.2564) กลุ่มชาวเมียนมาในเมืองมัณฑะเลย์รวมตัวประท้วงกองทัพเมียนมาอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ท่ามกลางการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

การประท้วงครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางภาวะที่ชาวเมียนมารับรู้ข่าวสารจากโลกภายนอกและติดต่อสื่อสารกันได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น หลังจากกองทัพเดินหน้าตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง


ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวเมียนมาในนครย่างกุ้งบันทึกภาพขณะที่กลุ่มทหารและตำรวจเมียนมากำลังเดินยิงหนังสติ๊กใส่หน้าต่างของบ้านเรือนประชาชนจนได้ยินเสียงกระจกหน้าต่างแตกเสียหายเป็นระยะเอาไว้ได้ โดยการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้เห็นต่างของกองทัพเมียนมาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 550 คน


ด้านกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ประณามการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของกองทัพเมียนมาในการโจมตีกลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐกะเหรี่ยง รวมถึงการโจมตีทางอากาศ พร้อมทั้งระบุว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีพลเรือนรวมถึงเด็ก ๆ ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นแล้วมากกว่า 12,000 คน

ผู้บาดเจ็บจากเหตุโจมตีทางอากาศรักษาตัวในไทย

ขณะที่บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มีชาวกะเหรี่ยง ได้รับบาดเจ็บจากโจมตีทางอากาศของกองทัพทหารเมียนมา เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ถูกลำเลียงมากับเรือ ตามลำน้ำสาละวิน เพื่อรับการรักษาตัวในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่ได้วัดไข้และนำสารคัดหลั่งไปตรวจหาเชื้อตามมาตราการป้องกัน COVID-19 ก่อนจะตรวจสอบอาการ และส่งตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลสบเมย

สำหรับข้าวสาร อาหารแห้ง รวมถึงสิ่งของจำเป็นต่างๆ ที่ภาคประชาชนนำมาช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบ ล่าสุด ยังคงอยู่ที่บริเวณศาลาเอนกประสงค์ บ้านแม่สามแลบ

นายชาติชาย น้อยสกุล ผู้อำนวยการกองการศึกษาเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน หนึ่งในตัวแทนองค์การสะพานบุญครูหนึ่ง ระบุว่า ขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการประสานงานขออนุญาต ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง และต้องการให้สิ่งของไปถึงมือผู้หนีภัยสงครามโดยเร็ว เนื่องจาก มีเด็ก และคนชราที่สภาพร่างกายไม่แข็งแรงรวมอยู่ด้วย


ส่วนสถานการณ์ชายแดนด้านตรงข้ามจังหวัดแม่ฮ่องสอน ล่าสุด ยังไม่มีรายงานการสู้รบเกิดขึ้น หลังกองทัพเมียนมา ประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่ 1 - 30 เม.ย. แต่หน่วยงานความมั่นคงของไทย ก็ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ชาวเมียนมา ที่พำนักอยู่ใน จ.เชียงใหม่ เดินทางไปรวมตัวกันที่หน้าสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อร่วมจัดกิจกรรมที่ใช้ชื่อว่า "ยืดหยัดเคียงข้างเพื่อนเมียนมา" เพื่อให้กำลังใจเพื่อนร่วมชาติ รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ที่กำลังต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพ แต่ก็ได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการทางทหาร ของกองทัพเมียนมา

ทั้งนี้ กิจกรรมนี้ยังมีการขายของที่ระลึกและระดมทุนเพื่อนำไปเงินไปจัดซื้อสิ่งของบรรเทาทุกข์ส่งไปช่วยเหลือ กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศเมียนมาด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน