เปิดปม : จ้างหลอกดาวน์

เปิดปม : จ้างหลอกดาวน์

เปิดปม : จ้างหลอกดาวน์

รูปข่าว : เปิดปม : จ้างหลอกดาวน์

จับไม่จบ ขบวนการจ้างดาวน์รถจักรยานยนต์ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผ่านมาแม้เจ้าหน้าที่จับกุมหลายครั้ง แต่ยังพบการกระทำผิดในลักษณะเดิม พร้อมกับเตือนผู้รับจ้างดาวน์รถมีความผิดทั้งแพ่งและอาญา

ข้อความโฆษณาผ่านเพจเฟซบุ๊ก รับซื้อรถติดไฟแนนซ์ ค้างค่างวด ทั่วไทย วันที่ 8 ม.ค.2564 รับซื้อรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น พีซีเอ็กซ์ 160 ซีซี ใหม่ล่าสุด โดยให้ประชาชนไปดาวน์รถเพื่อนำมาแลกเงิน 72,000 บาท นำไปสู่การตรวจค้นจับกุมขบวนการจ้างดาวน์รถแลกเงินส่งขายประเทศเพื่อนบ้านเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา

ตำรวจชุดปฏิบัติการ 2 ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรม รถยนต์ รถจักรยานยนต์ สตช. ยึดรถจักรยานยนต์ 6 คัน ขณะกำลังนำส่งไป จ.สระแก้ว

 

ผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ทำหน้าที่ขนส่งรถจักรยานยนต์จาก จ.พระนครศรีอยุธยา และ จังหวัดใกล้เคียง ไปยัง จ.สระแก้ว มานานกว่า 1 ปี แลกกับค่าขนส่งเที่ยวละ 4,500 – 7,000 บาท เมื่อนำรถจักรยานยนต์ไปถึงที่หมาย จะมีคนจากประเทศเพื่อนบ้านมารับสินค้าไปจำหน่ายต่อ รวมรถที่เขาเคยขนส่งตลอด 1 ปี ประมาณ 300 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

พ.ต.ต.หญิง กัญจิรา นรสาร ชุดปฏิบัติการ 2 ศปจร.ตร. ระบุว่า ในขบวนการจะแบ่งหน้าที่กันทำ เช่น หน้าที่เปิดเพจให้คำแนะนำ หน้าที่รับรถ ขนส่ง หรือ เป็นนายทุนจากต่างประเทศโอนเงินให้กลุ่มที่ไปรับรถ ซึ่งเงินจำนวนนี้จะนำไปซื้อรถจากประชาชน ก่อนขนส่งไปพื้นที่ชายแดน

 

นอกจากนั้นยังย้ำว่า ไม่เพียงขบวนการจ้างดาวน์รถที่มีความผิด แต่ประชาชนผู้รับจ้างดาวน์รถแลกเงิน ก็มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาฐานร่วมกันลักทรัพย์

ในการเช่าซื้อรถมีเงื่อนไขในสัญญาอยู่แล้วว่า เช่าไปใช้งานปกติ คือ เป็นผู้ครอบครอง เช่าและซื้อไปด้วย ไม่มีสิทธิเอาไปขาย หรือทำแบบนี้ ซึ่งการกระทำของผู้เช่าซื้อคือมีความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง

นอกจากวิธีการจ้างดาวน์รถ มีข้อมูลว่า รถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่งที่ถูกลักลอบส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ถูกขโมยมาจากหลายพื้นที่

24 ม.ค.2564 ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี จับผู้ต้องหา 5 คน ก่อเหตุตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ ส่งขายให้นายทุน ก่อนส่งไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน

 

พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ระบุว่า รถจักรยานยนต์ถูกส่งต่อไปยังจุดพักรถแห่งหนึ่งในซอยแบริ่ง 30 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ในพื้นที่นี้ตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมรถจักรยานยนต์ 6 คันที่เตรียมขนส่งไปที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

เขาจะทำแบบนี้วันเว้นวัน ได้รับรถแล้วก็มารวมๆ แล้วก็ส่งไป ส่วนคนที่มีหน้าที่ลักก็ลัก แล้วก็ขายเลยคันละ 12,000 บาท รถที่ส่งมี 2 แบบ คือแบบที่ลักมาจริงๆ กับรถที่เช่าซื้อจากศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์

ข้อมูลจากหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง หรือ นรข.เขตอุบลราชธานี
ระบุว่า รถจักรยานยนต์ที่รอลักลอบส่งข้ามแดนจะถูกนำไปจอดพักไว้ตามจุดต่างๆ ใน อ.เขมราฐ เมื่อสบโอกาสจึงลำเลียงลงเรือตามที่มีการนัดหมาย โดยขบวนการจะวางกำลังคนไว้อย่างรัดกุมในการขนส่งแต่ละครั้งเพื่อเลี่ยงการถูกจับกุม

 

ตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี มีการจับกุมการลักลอบส่งรถจักรยานยนต์ข้ามแดน โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร 42 ครั้ง ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ 60 คัน

ขณะที่ ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรม รถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.) เปิดเผยสถิติรับแจ้งรถจักรยานยนต์หายตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ม.ค. 2563 ถึง 15 ก.พ. 2564 พบว่า รถที่มีการแจ้งหายมากที่สุดคือ ฮอนด้า จำนวน 1,288 คัน  ยามาฮ่า 230 คัน  ซูซูกิ 28 คัน  คาวาซากิ 9 คัน

 

ร.ต.อ.หญิง ชมพูนุช แสงชมภู รองสารวัตรปฏิบัติราชการ ศปจร.ตร. ระบุว่า เมื่อมีผู้แจ้งรถหายมายังศูนย์ที่เปิดรับเรื่องตลอด 24 ชม. ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1192   เจ้าหน้าที่จะซักถามข้อมูลอย่างครบถ้วน จากนั้นจึงบันทึกข้อมูลลงฐานระบบ และแจ้งสกัดจับรถหาย ไปยังจุดสกัดที่มีอยู่ทั่วประเทศ ผ่านช่องทาง SMS  ช่องทางแอปพลิเคชันไลน์ และ การแจ้งสกัดทางวิทยุสื่อสาร

สิ่งสำคัญ คือ ประชาชนที่ประสบเหตุรถหาย ต้องรีบแจ้งมายังหมายเลข 1192 เพราะหากปล่อยไว้นาน โอกาสติดตามเจอรถจะยากขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุอาจนำไปเปลี่ยนแปลงป้ายทะเบียนเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่

กลับขึ้นด้านบน