เปิดเหตุผลชะลอขึ้นชม "ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" กลางอ่าวสัตหีบ

เปิดเหตุผลชะลอขึ้นชม "ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" กลางอ่าวสัตหีบ

เปิดเหตุผลชะลอขึ้นชม "ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" กลางอ่าวสัตหีบ

รูปข่าว : เปิดเหตุผลชะลอขึ้นชม "ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" กลางอ่าวสัตหีบ

กองเรือยุทธการเตรียมพร้อมเปิดให้ขึ้นชม "เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" อีกครั้ง หากผ่านขั้นตอนการประสานงานกับสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นการจัดหาเรือฟริเกตตามความช่วยเหลือทางทหาร

ไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากกองทัพเรือได้นำ "ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก " หมายเลขประจำเรือ 461 และ "ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย" หมายเลขประจำเรือ 462 มาจอดทอดสมอกลางอ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี และเปิดให้ประชาชนขึ้นชม "ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก"ในช่วงเดือน ก.ย.2563 ก็ต้องงดกิจกรรมในช่วงเดือน ต.ค.2563 เนื่องจากมีการทักท้วงจากผู้บังคับบัญชาในกองทัพเรือ

 

 

ด้วยเหตุผลว่า เรือทั้งสองลำเป็นการจัดหาเรือรบที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจากสหรัฐฯ ในรูปแบบการช่วยเหลือทางทหาร ซึ่งตามระเบียบและเงื่อนไขของทางสหรัฐฯ หากเรือเหล่านี้ปลดประจำการไปแล้ว และจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น โดยเฉพาะการเปิดให้ประชาชนขึ้นชมจะต้องแจ้งให้ทางสหรัฐฯรับทราบตามขั้นตอนก่อน เนื่องจากสหรัฐฯให้ความสำคัญและระมัดระวังในเรื่องเทคโนโลยีทางทหารอย่างมาก

 

 

นายทหารระดับสูงของกองเรือยุทธการยืนยันว่า หากกระบวนการทุกอย่างผ่านขั้นตอนการแจ้งประสานงานกับทางสหรัฐฯแล้วจะเปิดให้ประชาชนขึ้นชมเรือหลวงพุทธยอดฟ้าได้อีกครั้งอย่างแน่นอน 

 

 

ซึ่งบน ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีทั้งบอร์ดนิทรรศการ ร้านอาหาร และร้านกาแฟ สามารถชมทัศนยีภาพบริเวณอ่าวสัตหีบได้อย่างชัดเจน รวมทั้งมองเห็น ร.ล.จักรีนฤเบศร และ ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดชที่จอดเทียบท่าอยู่ ทำให้ประชาชนได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม และศึกษาประวัติศาสตร์เรือรบของไทยไปพร้อมกัน 

 


เราเปิดเดือน ก.ย.และงดกิจกรรมขึ้นชมในเดือน ต.ค. เพราะมีผู้ทักท้วงเกี่ยวกับระเบียบของทางสหรัฐฯ แต่ถ้าผ่านขั้นตอนเรียบร้อยแล้วจะได้ขึ้นชมอีกครั้งอย่างแน่นอน ขอให้อดใจรอ

ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกและ ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย นับเป็นเรือรบที่มีอายุยาวนาน โดยกองทัพเรือไทยได้จัดหาเรือฟริเกตที่ผ่านการใช้งานแล้วทั้ง 2 ลำ จากกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยร.ล.พุทธยอดฟ้าประจำการในปี 2537 ส่วน ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย ประจำการในปี พ.ศ.2539

เป็นเรือรบที่มีสมรรถนะสูงมีอาวุธประจำเรือคือปืนใหญ่หลัก 1 กระบอก และปืนกลอีก 4 กระบอก รวมถึงระบบป้องกันระยะประชิด และสามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นฮาร์พูนได้ถึง 4 ท่อยิง ซึ่งเรือทั้ง 2 ลำ ได้ปลดประจำการตั้งแต่ปี 2560

แนวคิดการนำเรือทั้งสองลำมาจอดทอดสมอ เพื่อเปิดให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงท่องเที่ยว และทำให้สมบัติของชาติเกิดประโยชน์สูงสุด แม้จะปลดประจำการแล้ว รวมทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ก่อนเข้าสู่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี

 

 

เดิมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมในวันจันทร์-ศุกร์ วันละ 1 รอบ และวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 2 รอบ โดยเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเรือสำหรับการนำเยี่ยมชมเรือรบทั้งสองลำที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางอ่าวสัตหีบ

ซึ่งขณะนี้มีเพียงเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าเรือดูแลเรือทั้งสองลำ และรอเวลาที่เหมาะสมในการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นชม เพื่อเป็นอีกหนึ่งสีสันของการท่องเที่ยวในพื้นที่สัตหีบ 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน