ศบค.สั่งปิด "สถานบริการ -ผับ -อาบอบนวด" 41 จังหวัด 14 วัน มีผลเที่ยงคืนนี้

ศบค.สั่งปิด "สถานบริการ -ผับ -อาบอบนวด" 41 จังหวัด 14 วัน มีผลเที่ยงคืนนี้

ศบค.สั่งปิด "สถานบริการ -ผับ -อาบอบนวด" 41 จังหวัด 14 วัน มีผลเที่ยงคืนนี้

รูปข่าว : ศบค.สั่งปิด "สถานบริการ -ผับ -อาบอบนวด" 41 จังหวัด 14 วัน มีผลเที่ยงคืนนี้

ศบค.เผยวันนี้ (9 เม.ย.2564) มีผู้ป่วย COVID-19 รายใหม่ 559 คน ผู้ป่วยยืนยันสะสม 30,869 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน รวมผู้เสียชีวิตสะสม 96 คน ขณะที่ ศบค.ชุดเล็ก เตรียมปิดสถานบันเทิงอาบอบนวด 41 จังหวัด เวลา 14 วัน มีผลเที่ยงคืนวันนี้

วันนี้ (9 เม.ย.2564) พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (ศบค.) แถลงสถานการณ์ ไวรัส COVID - 19 ไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 559 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 549 คน ติดเชื้อจากต่างประเทศ 10 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 30,869 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน รวมผู้เสียชีวิตสะสม 96 คน

 

ผู้ต้องขังเสียชีวิต 1 คน 

ผู้เสียชีวิตรายที่ 96 เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 60 ปี มีประวัติป่วยเป็นวัณโรค ขณะป่วยอยู่ใน จ.นราธิวาส และมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ โดยวันที่ 31 มี.ค.มีอาการเหนื่อยหอบ เข้ารับการ x-ray ปอด พบผลผิดปกติ แพทย์วินิจฉัยสงสัยเป็นวัณโรค ต่อมามีอาการหอบมากขึ้น ใส่ท่อช่วยหายใจ วันที่ 1 เม.ย.ส่งตรวจหาเชื้อ COVID - 19 ผลตรวจพบเชื้อ ต่อมามีอาการแย่ลงและเสียชีวิตวันที่ 8 เม.ย.

 

ผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ มีรายงานจาก กทม.จำนวน 266 คน จังหวัดอื่นอีกจำนวน 274 คน และ จ.สมุทรสาคร จำนวน 9 คน กลุ่มที่ 2 เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยคลัสเตอร์สถานบันเทิง จำนวน 31 คน ส่วนใหญ่เป็นคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิท 

 

กลุ่มที่ 3 กลุ่มอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงจำนวน 124 คน กระจายอยู่ในหลายจังหวัด และกลุ่มที่ 4 อยู่ระหว่างสอบสวนโรค จำนวน 32 คน ขณะที่ จ.อุทัยธานี มีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 คน ไม่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง กลุ่มที่ 5 เป็นการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน จำนวน 148 คน โดยอยู่ใน กทม.จำนวน 130 คน พบว่ามีความเสี่ยงมาจากสถานบันเทิง จ.ชลบุรี จำนวน 17 คน และประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คน

ปิดสถานบริการ 14 วัน ใน 41 จังหวัด

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงเพิ่มเติมว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก จะออกข้อกำหนดและจะมีผลหลังเที่ยงคืนนี้ 1.ปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงแพร่โรคในพื้นที่ 41 จังหวัด เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน ไปจนถึงวันที่ 23 เม.ย.นี้ ขณะที่การพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการคุมโรค โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เสนอ ศบค.ตรวจสอบและประเมินความเหมาะสม ก่อนเสนอนายกฯ พิจารณาอนุญาตผ่อนคลายสถานที่ที่สั่งปิดชั่วคราวตามข้อ 1

 

 

 

ทั้งนี้ให้ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง เพิ่มความเข้มงวดตรวจสถานที่ กิจการ-กิจกรรมที่มีความเสี่ยงแพร่โรค โดยให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวได้

 

เปิดทางเอกชนนำเข้าวัคซีน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุมเรื่องการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID - 19 รวมถึงเรื่องวัคซีน ซึ่งกรณีที่โรงพยาบาลเอกชน หลายแห่งงดตรวจ Swab นั้น ยืนยันเรื่องน้ำยาตรวจ COVID -19 ยังมี แต่พบปัญหาคือเตียงเต็มและไม่เพียงพอจึงทำให้ไม่สามารถตรวจต่อได้ มีข้อมูลว่า มีการขยายศักยภาพของเตียงใน กทม.ซึ่งทำได้กว่า 5,000 เตียง และเพิ่มการรักษาตัวอยู่ในโรงแรม รวมถึงโรงพยาบาลสนาม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือกันในช่วงบ่ายวันนี้เพื่อดำเนินการทันที

นอกจากนี้ยังมีการหารือปัญหาการจัดหาวัคซีน เพราะจำนวนที่เข้ามามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน จึงได้หารือกันใน 2 ประเด็นคือ วัคซีนที่รัฐจัดให้ กับวัคซีนทางเลือก โดยวัคซีนที่รัฐจัดให้ เพียงพอกับประชาชนประมาณ 31 ล้านคน โดยจัดหามาได้ 61 ล้านโดส คือ วัคซีนของซิโนแวคและแอสตราเซเนกา

นอกจากนี้มีการจัดหาเพิ่มเติมทำให้รวมแล้วได้วัคซีนประมาณ 71 ล้านโดส เพียงพอกับประชาชน 35 ล้านคน แต่เพื่อให้มีการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จึงตั้งเป้าหาวัคซีนเพิ่มอีก 10 ล้านโดส สำหรับประชาชนอีก 5 ล้านคน จึงนำไปสู่การหาวัคซีนทางเลือก ซึ่งภาคเอกชนยินดีให้ความร่วมมือในการจัดหาและขอให้ภาครัฐอำนวยความสะดวก ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีน ยกตัวอย่าง จ.ภูเก็ต ฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ถึง 14,000 คนต่อวัน จ.ชลบุรี 10,000 คนต่อวัน ขณะที่ต่างประเทศใช้เวลาเกือบเดือน ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของไทยในเรื่องดังกล่าว

 

กลับขึ้นด้านบน