รพ.ภูมิพลฯ รับรักษาเด็ก10 เดือนติดโควิด-ทอ.ยกระดับคุมโควิด-19

รพ.ภูมิพลฯ รับรักษาเด็ก10 เดือนติดโควิด-ทอ.ยกระดับคุมโควิด-19

รพ.ภูมิพลฯ รับรักษาเด็ก10 เดือนติดโควิด-ทอ.ยกระดับคุมโควิด-19

รูปข่าว : รพ.ภูมิพลฯ รับรักษาเด็ก10 เดือนติดโควิด-ทอ.ยกระดับคุมโควิด-19

ทอ.เผยแพร่กฎเหล็ก 8 ข้อ เป็นแนวทางปฏิบัติของกำลังพลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชรับเด็กวัย 10 เดือนที่ติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับการรักษาแล้ว หลังแม่ของเด็กเผยแพร่คลิปเดินทางไปหลายโรงพยาบาล

วันนี้ (11 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวของกองทัพอากาศเปิดเผยถึงกรณีที่มีแม่ของเด็กอายุ10 เดือน โพสต์ข้อความและคลิปผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า ลูกติดเชื้อโควิด-19 พร้อมทั้งขอความช่วยเหลือเพื่อหาโรงพยาบาลรักษาลูก เนื่องจากถูกปฏิเสธมาหลายโรงพยาบาล

ล่าสุดทางโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สังกัดกรมแพทย์ทหารอากาศ กองทัพอากาศได้รับเด็กวัย 10 เดือน ให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ เพื่อรักษาอาการป่วยตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทางโรงพยาบาลภูมิพลฯ ไม่สามารถให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนได้ เพราะถือเป็นความลับของผู้ป่วยที่แพทย์ไม่สามารถเปิดเผยเองได้ โดยจะต้องติดตามอาการจากแม่ของเด็กเท่านั้น

ขณะที่กองทัพอากาศได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติของกำลังกองทัพอากาศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามที่ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้กำชับกำลังพล

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและมีแนวโน้มขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่

 

กองทัพอากาศจึงยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยกำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติ 8 ข้อ รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคให้กำลังพลปฏิบัติดังนี้ คือพิจารณาจัดกำลังพลปฏิบัติงานเป็นชุดสลับกันทั้งที่ทำงานและที่บ้าน (Work From Home)

การเดินทางไปราชการของหน่วยเพื่อตรวจสอบหรือตรวจเยี่ยม ให้หลีกเลี่ยงและใช้ ระบบ Video Tele Conference แทน ระงับการเดินทางไปฝึก ศึกษา อบรม สัมมนา และดูงานนอกที่ตั้งหน่วย งดการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ทุกกรณี

การปล่อยนักเรียนทหาร และทหารกองประจำการกลับบ้าน ให้บันทึกข้อมูลไทม์ไลน์ คัดกรอง และการติดตามกำลังพล หลังเดินทางกลับต้นสังกัด ตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างเคร่งครัด

ห้ามกำลังพลเดินทางไปยังจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามประกาศของทางราชการโดยเด็ดขาด หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดให้ขออนุญาตเป็นรายกรณี และภายหลังเดินทางกลับให้กักตัวปฏิบัติงานที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน

หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่แออัด เช่น สถานบันเทิง ผับ บาร์ คอนเสิร์ต หรือกิจกรรมที่มีคนร่วมงานหนาแน่น และห้ามเข้าร่วมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น จับกลุ่มมั่วสุมดื่มสุรา บ่อนการพนัน หรือสถานที่เสี่ยงที่ทางราชการสั่งปิดเป็นการชั่วคราว โดยเด็ดขาด

หากพบว่า กำลังพลฝ่าฝืนเข้าไปพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด รวมถึงฝ่าฝืนกฎหมาย มาตรการ หรือแนวทางที่ทางราชการกำหนด และนำไปสู่การแพร่ระบาดในหน่วยงาน ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยทหาร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา จะต้องถูกพิจารณาลงโทษหรือลงทัณฑ์ขั้นสูงสุด

 

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารอากาศได้กำชับให้กำลังพลและครอบครัว จะต้องร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ การเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ตามที่ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวมีความปลอดภัย มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง และการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่าง ๆ ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดีในการร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนด

กลับขึ้นด้านบน