สงกรานต์ไม่เหมือนเดิม คน ตจว.เฝ้ากรุง งดกลับบ้าน - กลัวแพร่เชื้อ

สงกรานต์ไม่เหมือนเดิม คน ตจว.เฝ้ากรุง งดกลับบ้าน - กลัวแพร่เชื้อ

สงกรานต์ไม่เหมือนเดิม คน ตจว.เฝ้ากรุง งดกลับบ้าน - กลัวแพร่เชื้อ

รูปข่าว : สงกรานต์ไม่เหมือนเดิม คน ตจว.เฝ้ากรุง งดกลับบ้าน - กลัวแพร่เชื้อ

ไทยพีบีเอสออนไลน์สัมภาษณ์คนต่างจังหวัดในเมืองกรุง และคนทำงานต่างถิ่น ในวันที่สงกรานต์ไม่เหมือนเดิมเพราะ COVID-19 ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่กลับบ้านอย่างที่เคย เพราะกลัวนำเชื้อกลับไปให้คนที่บ้าน

วันนี้ (13 เม.ย.2564) เป็นวันหยุดวันแรกที่หลายคนอาจเริ่มท่องเที่ยว บางคนอาจหยุดอยู่บ้าน หลายคนอาจเริ่มเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี นับแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ความเหมือนเดิมก็เริ่มเปลี่ยนไป

เทศกาลสงกรานต์ที่เล่นน้ำได้ไม่เหมือนเดิม วันหยุดสงกรานต์ต้องถูกเลื่อนในปีก่อน ๆ แม้ว่าปีนี้รัฐบาลไม่มีคำสั่งห้ามเดินทางข้ามจังหวัด แต่แรงงานเมืองกรุงบางส่วนเลือกที่จะไม่กลับบ้านอย่างที่เคย เพราะความกังวลกับการแพร่เชื้อ COVID-19 ให้คนที่บ้าน

สงกรานต์นี้ไม่กลับบ้าน กลัวเป็นพาหะแพร่เชื้อ


อดิ พนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพมหานคร วัย 26 ปี เลือกที่จะนอนอยู่หอพักในเมืองกรุงตลอดช่วงหยุดยาวปีนี้ พร้อมบอกครอบครัวที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่าไม่กลับบ้านอย่างที่เคย แม้ว่าวันที่จะกลับบ้านได้จะมีเพียงช่วงหยุดยาวเท่านั้น ซึ่งการกลับบ้านครั้งถัดไปอาจต้องรอนานไปจนถึงสิ้นปี

กลับล่าสุดคือปีใหม่ จริง ๆ จะกลับบ้านช่วงวันหยุดยาวแบบนี้พอ COVID-19 มา ก็อดกลับ หยุดยาวรอบหน้าก็ไม่รู้จะกลับได้ไหม

อดิ ยอมรับว่า ไม่รู้ตัวเองจะติดเชื้อมาจากที่ไหนบ้างหรือเปล่า กลัวตัวเองจะเป็นพาหะเอาเชื้อไปให้คนในครอบครัว เพราะพ่อแม่ก็สูงอายุแล้ว เมื่อบอกไปที่บ้านก็เข้าใจจึงได้อยู่เฝ้ากรุงต่อไป อดิมองว่า ขณะนี้ทุกคนต้องช่วยตัวเองกันแล้วจะไปหวังพึ่งรัฐก็เริ่มหมดหวังทุกที

ตอนนี้ยังนึกภาพวันที่ได้กลับบ้านไม่ออก 


โอ๋ เจ้าหน้าที่สำนักงานมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งกลางเมืองกรุง บอกว่าครั้งนี้ตัดสินใจไม่กลับบ้านที่ จ.สกลนคร เพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองปลอดภัยหรือเปล่า โดยเฉพาะระหว่างการเดินทางไปทำงานในแต่ละวันที่ต้องพบคนจำนวนมาก ยืนแออัดในขนส่งสาธารณะ 

อยากให้รัฐจัดระบบการเดินทางในชีวิตประจำวันให้ลดความแออัด รวมถึงการเดินทางข้ามจังหวัด เพื่อลดโอกาสเสี่ยงติดเชื้อให้คนกลับบ้านได้สบายใจและปลอดภัยกว่านี้

ที่บ้านยังมีหลานที่เป็นเด็กเล็กและญาติที่สูงอายุอยู่ด้วย จึงเลือกที่จะไม่เอาตัวเองไปให้คนที่บ้านเสี่ยงไปด้วย เมื่อบอกที่บ้านก็เข้าใจในสถานการณ์ แต่ถ้าถามว่าหวังจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ ยอมรับตรง ๆ ว่าตอนนี้ยังคิดนึกภาพนั้นไม่ออก เพราะไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ในวันนี้จะดีขึ้นตอนไหน อาจต้องรอช่วงวันหยุดยาวอีกรอบก่อน

ตั้งแต่มีโควิด ไม่กล้ากลับบ้านเกิน 1 ปีแล้ว 

ฟิล์ม พนักงานบริษัทเอกชน วัย 24 ปี บอกกับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า ตั้งแต่เริ่มมี COVID-19 มาก็ไม่กล้ากลับบ้านเลย กลับบ้านครั้งล่าสุดตั้งแต่ ส.ค.2563 เพราะช่วงนั้นสถานการณ์เริ่มเบาลง ซึ่งความจริงมีแผนจะกลับบ้านอีกครั้งช่วง เม.ย.2564 แต่ก็ล่ม เนื่องจากกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง

ตัดสินใจไม่กลับบ้านเพราะเป็นห่วงคนที่บ้าน ถ้าเรากลับไป เราอาจจะเป็นพาหะทำให้เขาติดเชื้อได้ พอตัดสินใจว่าจะไม่กลับ ก็มีโทรคุยกับทางบ้าน คุยกันเรื่องยอดผู้ติดเชื้อทุกวัน ทางบ้านก็เข้าใจดี

ฟิล์ม บอกว่า แผนที่จะกลับบ้านอีกครั้งยังไม่มี แต่หวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการควบคุมการเดินทางที่ชัดเจนกว่านี้ ทั้งการลดการเดินทางข้ามจังหวัดแบบจริงจัง เพราะหากหยุดเดินทางก็เชื่อว่าเชื้อจะไม่แพร่ไปในวงกว้าง 

ทิ้งตั๋วเครื่องบินครั้งที่เท่าไหร่ก็นับไม่ถูก


สาวี พนักงานบริษัทเอกชนด้านสื่อ วัย 26 ปี ต้องทิ้งตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ - ขอนแก่น ครั้งที่เท่าไหร่ก็ยังนับไม่ถูก หลังพบคนในออฟฟิศติดเชื้อ COVID-19 ก่อนกลับบ้านเพียง 1 วัน ขณะที่มาตรการเลื่อนตั๋วหรือเก็บวงเงินในเครดิตนั้นมาไม่ทันเวลา

แม้จะกลายเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ แต่ก็เลือกกักตัวในหอพักย่านวิภาวดีทันที เพราะกลัวจะนำเชื้อไปติดคนอื่น เมื่อมีโอกาสได้ตรวจหาเชื้อจนพบว่าไม่ติดเชื้อแล้วก็ยังไม่วางใจ ได้เจรจากับคนในครอบครัวให้อยู่กักตัวจนครบ 14 วัน เพื่อคนในสนามบิน คนบนเครื่องบิน และคนในบ้าน

แม่บอกว่าให้กลับมารอผลที่บ้านเลย ถ้าเป็นขึ้นมาหรือไม่สบายก็จะได้มีพ่อแม่ดูแลได้ เราก็ต้องบอกว่า มันไม่ใช่แม่ ต้องอธิบายว่า โรคนี้มันไม่เหมือนโรคอื่น เป็นแล้วก็ต้องแยกกักดูแลกันไม่ได้

ตอนฟังที่แม่บอกก็แอบร้องไห้อยู่เหมือนกันนะ เพราะรู้ว่าทั้งพ่อ แม่ พี่ชายเป็นห่วงขนาดไหน ใครจะคิดว่าวันหยุดสงกรานต์จะไม่ได้กลับบ้าน ความคิดถึงคนที่บ้านวนเวียนอยู่ในหอพักเล็ก ๆ ในเมืองกรุง โดยหวังว่าช่วงหยุดยาวปีใหม่จะได้กลับไปหาคนที่บ้านให้หายคิดถึงอย่างไร้กังวลและไร้โรค หลังสถานการณ์ COVID-19 เบาบางลงกว่านี้

"ขอนแก่น - เมืองเลย" ยังไม่กล้ากลับ

บาส ผู้ช่วยนักบำบัดศูนย์ฝึกและอบรมเยาวชนใน จ.ขอนแก่น เป็นอีกคนที่ไม่ได้กลับบ้านที่ จ.เลย เพราะสถานการณ์ COVID-19 ที่มียอดติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และในแต่ละวันไม่มั่นใจว่าตัวเองได้ใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยงหรือไปสถานที่เสี่ยงหรือเปล่า จึงเลี่ยงเดินทางออกนอกพื้นที่ เพื่อไม่ให้เชื้อไปแพร่ให้คนในครอบครัวและคนอื่น

บอกที่บ้านว่า ไม่กลับบ้านเพราะสถานการณ์เหมือนจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะควบคุมได้ง่าย ซึ่งพ่อแม่ก็เข้าใจ

บาส หวังว่ารัฐบาลจะเร่งกระจายวัคซีนป้องกัน COVID-19 ให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว เพื่อจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวได้อย่างสบายใจและไร้เชื้อไปแพร่ให้คนในบ้าน 

กลัวเอาเชื้อไปให้แม่ ทั้งที่เขาอยู่บ้านเฉย ๆ


หมิว นักวิชาการศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น มักกลับบ้านที่ จ.เลย ทุกวันหยุดเทศกาล แต่ตั้งแต่มี COVID-19 ก็เริ่มกลับบ้านลดลงเหลือปีละ 1 ครั้ง เพราะกลัวติดเชื้อระหว่างทาง และกลัวการปรับตารางเดินรถที่ไม่เหมือนก่อน 

สงกรานต์ปีนี้วางแผนไว้อย่างดี แต่ก่อนจะกลับบ้านมีธุระต้องเดินทางมากรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง จึงตัดสินใจไม่กลับ จ.เลย ทางบ้านเองก็กังวลเมื่อทราบว่าเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงจึงให้กักตัวอยู่ที่ จ.ขอนแก่น แต่ก็ยังอยากให้กลับบ้านอยู่

แม่อายุมากแล้วก็หวังว่าลูกจะกลับบ้านช่วงหยุดยาว แต่ COVID-19 มา แม่ก็กลัวโรค เราเองก็กลัวเป็นตัวนำเชื้อไปให้แม่ ทั้งที่แม่ก็อยู่บ้านเฉย ๆ 

หมิว หวังว่าก่อนปี 2565 จะได้กลับบ้านไปหาแม่ แต่ก็ต้องจับตาดูมาตรการของรัฐบาลด้วยว่าจะควบคุมโรคได้ดีขนาดไหน รวมถึงการเยียวยาประชาชนที่ต้องเผชิญกับการระบาดซ้ำ 2-3 ระลอก และการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง ไม่ต้องให้ประชาชนลุ้นเหมือนสุ่มแจกผู้โชคดี แต่ทุกคนต้องได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติ

 

กลับขึ้นด้านบน