นายกฯ สั่งยกระดับคุมโควิด เล็ง "ล็อกดาวน์" กทม.-เชียงใหม่-ชลบุรี

นายกฯ สั่งยกระดับคุมโควิด เล็ง "ล็อกดาวน์" กทม.-เชียงใหม่-ชลบุรี

นายกฯ สั่งยกระดับคุมโควิด เล็ง "ล็อกดาวน์" กทม.-เชียงใหม่-ชลบุรี

รูปข่าว : นายกฯ สั่งยกระดับคุมโควิด เล็ง "ล็อกดาวน์" กทม.-เชียงใหม่-ชลบุรี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งหน่วยงานสาธารณสุข เตรียมยกระดับคุม COVID-19 โดยเลขาฯสมช.ชี้รอผลการพิจารณามาตรการล็อกดาวน์จังหวัดสีแดง เช่น กทม.-ปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ บางจังหวัดภาคตะวันออก ส่วนถนนข้าวสารตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยง 600 คน

วันนี้ (14 เม.ย.2564) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ของ COVID-19 ในขณะนี้จากการประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การควบคุมสถานการณ์ ที่อาจต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ เช่น กทม.และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคิรีขันธ์ และภาคตะวันออกบางจังหวัด แต่การประกาศมาตรการใดๆ ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) จะต้องฟังข้อมูลจากทีมงานของกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก

การประเมินขณะนี้ยืนยันว่าสถานการณ์ระบาดสามารถควบคุมได้ ยังใช้การมองเป็น 3 มิติ คือ มิติพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อสูง มิติกิจการใดที่เสี่ยง และกิจกรรมใดที่เสี่ยง

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี สั่งการ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมาให้เตรียมยกระดับ โดยขณะนี้ทีมงานได้เตรียมการไว้แล้ว เช่น การยกระดับพื้นที่ที่ผ่อนคลาย ให้เป็นพื้นที่สีแดง แต่ศบค. ระวังไม่ให้กระทบกับประชาชนโดยรวม ทั้งนี้นโยบายรายพื้นที่ จะไม่ทำเหมือนทั้งประเทศ เพราะจะกระทบประชาชน ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ต่อการนำมาตรการล็อกดาวน์ใช้ในพื้นที่แต่ต้องรอฟังข้อมูลจากสาธารณสุขอีกครั้ง 

ตรวจกลุ่มเสียงถนนข้าวสาร 600-700 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 08.00 น.พนักงานในร้านค้าบนถนนข้าวสาร ทยอยเข้ามาตรวจหาเชื้อ โควิด19 โดยมีรถตรวจนิรภัยพระราชทาน 2 คันมาให้บริการตรวจคัดกรองผู้สัมผัสเสี่ยง

นายสุรเดช อำนวยสาร ผอ.สำนักเขตพระนคร กล่าวว่า มีพนักงานที่แจ้งชื่อเพื่อรับการตรวจ 600-700 คน หลังจากนี้จะการฆ่าเชื้อบนถนนข้าวสาร ส่วนร้านค้า และสถานบันเทิงยังคงปิดให้บริการ จนกว่ากรุงเทพมหานครจะมีประกาศเพิ่มเติม

ด้านนายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ระบุว่า จำเป็นต้องยกเลิกทุกกิจกรรมที่จะจัดขึ้น แม้จะเตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว ตอนนี้เหลือเพียงหลังคาว่าวโบราณหลากสี 3,000 ตัว ประดับตกแต่งสถานที่สร้างสีสันให้คนแวะเวียนมาถ่ายรูปพร้อมกับเตรียมมาตรการเพื่อจะฟื้นฟูธุรกิจถนนข้าวสารที่เสียหายวันละ 10 ล้านบาท เบื้องต้นหากสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จะดึงคนไทยเที่ยวถนนข้าวสารรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่สถานบันเทิง

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถ้า 1 เดือนคุมไม่อยู่ยอดติดเชื้อโควิด 9,140 คนต่อวัน

 

 

กลับขึ้นด้านบน