สธ.ห่วง COVID-19 ระบาดในหน่วยงาน หลังสงกรานต์

สธ.ห่วง COVID-19 ระบาดในหน่วยงาน หลังสงกรานต์

สธ.ห่วง COVID-19 ระบาดในหน่วยงาน หลังสงกรานต์

รูปข่าว : สธ.ห่วง COVID-19 ระบาดในหน่วยงาน หลังสงกรานต์

สธ.ห่วงหลังสงกรานต์ COVID-19 ระบาดหนักในสถานที่ทำงาน เนื่องจากคนกลับจากภูมิลำเนา กลับเข้าทำงาน ขณะที่พบกลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารักษาระลอกใหม่มีอาหารปอดติดเชื้อรุนแรง ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 21 คน และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

วันนี้ (17 เม.ย. 2564) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่าสถานการณ์โรค  COVID-19 ขณะนี้ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสายพันธุ์อังกฤษ และพบว่าจำนวนมากมีอาการปอดอักเสบ ทั้งที่ยังไม่มีอาการ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงาน รวมทั้งกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีกิจกรรมหลากหลาย จึงต้องติดตามข้อมูลและอาการป่วยอย่างใกล้ชิด ขณะนี้พบมีผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 21 คน มีผู้ป่วยอาการรุนแรงและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน ที่มีกิจกรรมมากและเดินทางไปหลายพื้นที่

มีแนวโน้มระบาดต่อเนื่องไปในองค์กร และสถานประกอบการได้ คล้ายกับกรณีเกิดการระบาดที่จ.สมุทรสาคร จึงขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ห้างร้าน ร่วมมือกันลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคหลังเทศกาลสงกรานต์

โดยจัดทำมาตรการทำงานที่บ้าน (work from home) อย่างน้อย 30-50 เปอร์เซ็นต์ คัดกรองพนักงานที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนา หากมีประวัติไปสถานที่เสี่ยง สถานบันเทิง หรือมีประวัติใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อและกักตัวอยู่ที่บ้านให้ครบ 14 วัน รวมทั้งเคร่งครัดมาตรการป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ สแกนไทยชนะ

นอกจากนี้ขอให้ทุกหน่วยงาน งดกิจกรรมรวมกลุ่ม งดเลี้ยงสังสรรค์ เว้นระยะห่างขณะรับประทานอาหาร
แยกภาชนะของใช้ส่วนตัว ประชุมผ่านระบบออนไลน์ ให้พนักงานประเมินความเสี่ยงประจำวัน ทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ์ จุดสัมผัส หากพนักงานมีอาการทางเดินหายใจ ให้รีบพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลทันที โดยให้แจ้งพนักงานทุกคนทราบ และหากพบติดเชื้อ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขทราบทันที และทำความสะอาดพื้นที่ อุปกรณ์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

พบว่ามีคนที่รู้ตัวว่าติดเชื้อ หรือคนที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจแลบ แต่ยังเดินทางไปต่างจังหวัด ทำให้ควบคุมการระบาดมีปัญหา ไม่เป็นการรับผิดชอบต่อตัวเอง และสังคม เช่น เคสคู่รักที่เดินทางไปนครศรีธรรมราช และเคสที่กระบี่

นพ.จักรรัฐ กล่าวอีกว่า การระบาดแพร่ไปทุกจังหวัด บางคนอาจจะติดเชื้อแล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะในขณะที่คนกำลังเดินทางกลับมาจากสงกรานต์ โดยเฉพาะการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะ จึงค่อนข้างน่ากังวลว่าจะมีการเอาเชื้อกลับมาแพร่ต่อคนร่วมบ้านหรือห้องพัก คนในชุมชน และเพื่อนที่ทำงาน

ตรวจรอบแรกเป็นลบ-ยังต้องกักเลี่ยงใกล้ชิดบุคคลอื่น

ด้าน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (รก.11) นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวง สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 มีการกระจายไปทั่วประเทศ ขอให้ประชาชนสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการ ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย และกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง บางรายมีไข้สูง ไอ หอบ เหนื่อย หรือมีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย

นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวที่มีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน ให้รีบไปตรวจหาเชื้อทันที หากพบเชื้อจะได้เข้าสู่ระบบการรักษาทันที สำหรับผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด 19 และกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงแต่ไม่มีอาการ หรือผู้ที่มีอาการ ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอไม่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย COVID-19 และไม่ได้มาจากพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้กักตนเองเพื่อสังเกตอาการ 14 วัน หากมีข้อสงสัยโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้ว ขณะรอผลตรวจ หรือผลครั้งแรกเป็นลบ ให้กักตัวครบ 14 วัน และเคร่งครัดในการปฏิบัติตน ดังนี้ งดกิจกรรมนอกบ้าน เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 -2 เมตร  แยกของกิน ของใช้ ห้องนอน ห้องน้ำ  หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่นและสัตว์เลี้ยง, หากมีการสั่งของออนไลน์ให้ผู้ส่งวางของไว้หน้าบ้าน ไม่รับจากมือโดยตรง  ทำความสะอาดสถานที่กักตัว ด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ,ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ขณะกักตัวและพบว่ามีอาการป่วย หรือได้รับแจ้งว่าผลเป็นบวก ให้โทร.ประสาน 1669 ไม่เดินทางด้วยรถสาธารณะ แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีประวัติเสี่ยงและป่วย เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยติดโควิด-19 สะสมแตะ 4 หมื่นวันแรก เสียชีวิตเพิ่ม 2 คน

รพ.ขอนแก่นกักตัวบุคลากรเสี่ยงสูง 105 คน งดรับคนป่วยส่งต่อ

 

กลับขึ้นด้านบน