เชียงใหม่เพิ่มโซนสีแดง 7 อำเภอ เขตตัวเมืองติดเชื้อสูงสุด 1,185 คน

เชียงใหม่เพิ่มโซนสีแดง 7 อำเภอ เขตตัวเมืองติดเชื้อสูงสุด 1,185 คน

เชียงใหม่เพิ่มโซนสีแดง 7 อำเภอ เขตตัวเมืองติดเชื้อสูงสุด 1,185 คน

รูปข่าว : เชียงใหม่เพิ่มโซนสีแดง 7 อำเภอ เขตตัวเมืองติดเชื้อสูงสุด 1,185 คน

หลายจังหวัดภาคเหนือยังคงพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มต่อเนื่อง จ.เชียงใหม่ เผยตัวเลขผู้ป่วยโควิดพบโซนสีแดง 7 อำเภอ อ.เมือง ติดเชื้อสูงสุด 1,185 คน ขณะที่ผู้ป่วยใน รพ.สนามกลับบ้านได้แล้วกว่า 40 คน

วันนี้ (19 เม.ย.2564) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานพื้นที่อำเภอที่พบผู้ติดเชื้อ (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เม.ย.2564) ดังนี้ โซนสีแดง มี 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อ 1,185 คน อ.สันทราย 216 คน อ.สันกำแพง 104 คน อ.สารภี 100 คน อ.หางดง 85 คน อ.แม่ริม 78 คน และ อ.ดอยสะเก็ด 60 คน

โซนสีส้ม มี 7 อำเภอ ได้แก่ อ.สันป่าตอง พบผู้ติดเชื้อ 40 คน อ.แม่แตง 27 คน อ.ฝาง 16 คน อ.ดอยหล่อ 16 คน อ.เชียงดาว 14 คน อ.แม่อาย 14 คน และ อ.จอมทอง 13 คน

โซนสีเหลือง มี 10 อำเภอ ได้แก่ อ.พร้าว พบผู้ติดเชื้อ 10 คน อ.แม่วาง 9 คน อ.เวียงแหง 7 คน อ.แม่ออน 7 คน อ.ไชยปราการ 5 คน อ.แม่แจ่ม 4 คน อ.ฮอด 4 คน อ.ดอยเต่า 3 คน อ.อมก๋อย 3 คน และ อ.สะเมิง 2 คน

สำหรับโซนสีขาวซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ คือ อ.กัลยาณิวัฒนา ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการสอบสวน 13 คน

โซนสีประจำอำเภอในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ได้มีมติให้แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนสีเพื่อแบ่งพื้นที่สถานการณ์การแพร่ระบาด และเป็นการควบคุมจำกัดวงการระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ขอความร่วมมืองดการเดินทางโดยไม่จำเป็น เพื่อให้การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งโซนสีออกเป็น 4 โซน ได้แก่ สีขาว คือ พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ สีเหลือง พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อ 1-10 คน สีส้ม คือ พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อ 11-50 คน และ สีแดง พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อ 51 คนขึ้นไป

เชียงใหม่รักษาหายกลับบ้านกว่า 40 คน

นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผู้ป่วย COVID-19 ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วกว่า 40 คน หลังพ้นระยะแพร่เชื้อ ทั้งนี้จังหวัดได้สำรองโรงพยาบาลหลักไว้สำหรับผู้ป่วยสีแดง หรือผู้ป่วยหนัก และต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อผู้ป่วยหนักอาการดีขึ้น จะเปลี่ยนนำมารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสนามต่อไป เพื่อให้ระบบการรักษาพยาบาลไหลเวียนได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 196 คน รวมผู้ป่วยสะสมในระลอกเดือน เม.ย. จำนวน 2,233 คน และเป็นที่น่าสังเกตว่าในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อใน อ.เมือง ลดลง แต่ยอดผู้ติดเชื้อในต่างอำเภอกลับกระจายเพิ่มมากขึ้น จึงขอความร่วมมือประชาชนปฎิบัติตามมาตรการและประกาศของ จ.เชียงใหม่ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

หากสงสัยว่าติดเชื้อหรือมีอาการสามารถเข้ารับการตรวจได้ตามโรงพยาบาลรัฐและเอกชนใกล้บ้าน เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายสู่ชุมชนและคนรอบข้าง

ขณะที่วันนี้ จ.เชียงใหม่จะเปิด Hospitel แห่งแรกขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยพายัพและโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จำนวน 250 เตียง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษา แต่ต้องผ่านการพักฟื้นที่โรงพยาบาลสนามหลักมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน

ภาคเหนือพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มต่อเนื่อง

ที่ จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่นำรถชีวนิรภัยพระราชทาน เข้าไปเก็บตัวอย่างกลุ่มเสี่ยงภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร และชุมชนใกล้เคียง อำเภอเมืองพิษณุโลก หลังมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวนมาก ที่เชื่อมโยงกับสถานบันเทิง ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 26 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมขณะนี้อยู่ที่ 156 คน

ขณะที่ จ.ลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน แถลงผลการตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยง เมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 12 คน ทำให้ยอดสะสมขณะนี้อยู่ที่ 141 คน ได้เตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ 1 แห่ง แต่หากไม่พอก็จะเปิดแห่งที่ 2 พร้อมขอความร่วมมือประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง

ส่วนที่ จ.แพร่ หลังพบพระสงฆ์ติดเชื้อ พระราชเขมากร เจ้าคณะจังหวัดแพร่ ได้ออกคำสั่งให้ทุกวัดงดกิจกรรมทุกชนิด ที่มีการรวมกลุ่ม เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด หากวัดใดฝ่าฝืนจะมีโทษ โดยล่าสุด จ.แพร่ มีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 44 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 1,390 คน เสียชีวิต 3 คน

สธ.เตือนอย่าหลงเชื่อ Rapid Test ตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดวัคซีน

 

 

กลับขึ้นด้านบน