เช็ก! ก่อนบินข้ามจังหวัด "พื้นที่สีแดง" ต้องทำอะไรบ้าง?

เช็ก! ก่อนบินข้ามจังหวัด "พื้นที่สีแดง" ต้องทำอะไรบ้าง?

เช็ก! ก่อนบินข้ามจังหวัด "พื้นที่สีแดง" ต้องทำอะไรบ้าง?

รูปข่าว : เช็ก! ก่อนบินข้ามจังหวัด "พื้นที่สีแดง" ต้องทำอะไรบ้าง?

ไทยพีบีเอสออนไลน์รวบรวมขั้นตอนสำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางด้วยเครื่องบินเพื่อข้ามจากจังหวัด "พื้นที่สีแดง" ไป "พื้นที่สีแดง" หลัง ศบค.คุมเข้มมาตรการ "จำกัดที่หมาย และลดการเคลื่อนย้าย" ขณะที่หลายจังหวัดมีประกาศกักตัวคนจากพื้นที่เสี่ยง

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ ทำให้ ศบค.ออกมาตรการ "จำกัดที่หมาย และลดการเคลื่อนย้าย" หลังไทยพบผู้ติดเชื้อกระจายไปทั่วทั้ง 77 จังหวัด ขณะที่ กพท.ออกประกาศให้สายการบินงดทำการบินในช่วงเวลา 23.00 - 04.00 น. พร้อมแนะจัดที่นั่งบนเครื่องบินแบบเว้นระยะ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก COVID-19 


อย่างไรก็ตาม ผู้คนบางส่วนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางในช่วงนี้ ควรปฏิบัติตัวอย่างไรท่ามกลางการแพร่ระบาดที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ไทยพีบีเอสออนไลน์ รวบรวมขั้นตอนการเดินทางจากจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดไปยังจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดมาให้อ่านก่อนออกเดินทาง

ขั้นตอนแรกต้องประเมินตัวเองว่า มีความเสี่ยงแพร่เชื้อ COVID-19 ผู้อื่นหรือไม่ กรณีนี้ตรวจสอบได้จากประวัติของตัวเองและคนใกล้เคียง ว่าเคยไปสถานที่เสี่ยงหรือสัมผัสผู้ติดเชื้อ COVID-19 มาก่อนหรือไม่ เพราะหากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 กักตัว 14 วันทันที เพื่อความปลอดภัยของคนรอบข้างและคนบนเครื่อง

ก่อนออกเดินทางเช็กตัวเองให้พร้อม

ข้อควรระวังสำคัญแบบขีดเส้นใต้ คือ คนที่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ COVID-19 ห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด กรณีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้วจากคู่รักปกปิดข้อมูลแม้รู้ว่าติดเชื้อ แต่ยังเดินทางจากกรุงเทพมหานครไป จ.นครศรีธรรมราช ซึ่ง สสจ.นครศรีธรรมราช ได้เตรียมดำเนินคดีด้วยความผิดฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ดังนั้น ก่อนเดินทางต้องมั่นใจว่าตัวเองไม่เสี่ยงและไม่ติดเชื้อ COVID-19


เมื่อพร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว ให้เตรียมอุปกรณ์ป้องกันเบื้องต้น ทั้งสเปรย์หรือแอลกอฮอล์เจล สวมหน้ากากอนามัย และตรวจสอบเที่ยวบินให้ละเอียด เพราะในช่วงนี้อาจมีสายการบินยกเลิกเที่ยวบินบางเที่ยว จนทำให้ต้องจองตั๋วใหม่ในวันใกล้เดินทาง

รวมถึงตรวจสอบจังหวัดปลายทางว่า มีประกาศให้กักตัวหรือไม่ เพื่อเตรียมความพร้อม โดยข้อมูลล่าสุดวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา จาก ศบค.มท. ระบุว่า ทั่วประเทศมี 47 จังหวัดแล้วที่ประกาศให้มีการกักกันตัวผู้ที่เดินทางมาจากนอกพื้นที่ 

สแกนคิวอาร์ก่อนออกบิน

กระทั่งวันเดินทาง เมื่อเข้าไปภายในเกต (Gate) ก่อนขึ้นเครื่อง หากปลายทางที่จะเดินทางไปนั้น เป็นจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดง สายการบินจะประกาศให้ผู้โดยสารสแกนคิวอาร์โค้ดแอปพลิเคชันไทยชนะก่อน จากนั้นจึงเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง โดยแบ่งเป็นโซนที่นั่งเพื่อเว้นระยะห่าง


สำหรับบนเครื่องบินนั้น จะมีการนั่งเว้นระยะห่างในบางเที่ยวบิน ที่ผู้โดยสารไม่หนาแน่น และไม่มีการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงของที่ระลึกบนเที่ยวบิน พร้อมประกาศจากสายการบินงดรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มส่วนตัวบนเครื่องบินด้วย

ลงทะเบียนเมื่อลงจอดปลายทาง

หลังเครื่องบินลงจอด สายการบินจะให้ผู้โดยสารทยอยลงจากเครื่องเป็นโซนที่นั่งเช่นเดียวกัน เพื่อลดความแออัด ขั้นตอนต่อไปเมื่อเข้าไปภายในอาคารผู้โดยสาร คือ การสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวโหลดแอปพลิเคชัน Thai Flight Info 


สำหรับแอปพลิเคชันดังกล่าว ผู้โดยสารต้องล็อกอินผ่านเฟซบุ๊ก กูเกิ้ล แอปเปิ้ล หรือ อีเมล เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวและยืนยันการลงทะเบียน เมื่อลงทะเบียนแล้วจะได้รับคิวอาร์โค้ดนำไปสแกนที่ตู้คิออสต์ ก่อนออกจากอาคารผู้โดยสาร

ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่จะให้นำบัตรประชาชนกรอกข้อมูลลงทะเบียนผ่านเครื่องอีกช่องทางหนึ่ง


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน้าประตูสนามบินจะแจกคิวร์อาโค้ดไลน์ สสจ.แต่ละจังหวัด เพื่อให้ผู้โดยสารสแกน แล้วกรอกข้อมูลสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง หรือมีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อ รวมถึงเป็นบันทึกกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน สำหรับจังหวัดที่มีมาตรการให้กักตัว เมื่อเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงอีกด้วย

 


แม้จะซับซ้อนและหลายขั้นตอนอยู่บ้าง แต่เพื่อความปลอดภัยของคนเดินทางเองและเพื่อนร่วมทาง

ไทยพีบีเอสออนไลน์หวังว่า ทุกคนจะให้ความร่วมมือเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง และร่วมปฏิบัติตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยกันควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ไปด้วยกัน

 

กลับขึ้นด้านบน