แรงงานทะลักเข้าเมือง หลังมาเลเซียผลักดันต่างชาติ

แรงงานทะลักเข้าเมือง หลังมาเลเซียผลักดันต่างชาติ

แรงงานทะลักเข้าเมือง หลังมาเลเซียผลักดันต่างชาติ

รูปข่าว : แรงงานทะลักเข้าเมือง หลังมาเลเซียผลักดันต่างชาติ

ทางการมาเลเซียออกประกาศผลักดันชาวต่างชาติที่อาศัยในมาเลเซียไม่ถูกต้องกลับประเทศก่อนวันที่ 21 เม.ย.นี้ ขณะที่วันนี้มีแรงงานไทย 44 คน ถูกจับกุมระหว่างเข้าเมืองผิดกฎหมายผ่านด่านพรมแดนธรรมชาติ ในอ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

วันนี้ (19 เม.ย.2564) แรงงานไทยในร้านอาหารต้มยำกุ้งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 44 คน เป็นแรงงานไทยกลุ่มล่าสุดที่เข้าเมืองไม่ถูกต้อง ซึ่งถูกควบคุมตัวขณะข้ามแม่น้ำโกลก มายังประเทศไทย ใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยส่วนใหญ่ไม่มีหนังสือเดินทางจึงตัดสินใจกลับประเทศ หลังทางการมาเลเซียได้ออกประกาศผลักดันชาวต่างชาติ ที่อาศัยในมาเลเซียไม่ถูกต้อง ต้องออกนอกประเทศก่อนวันที่ 21 เม.ย.นี้



การทะลักของแรงงานไทยที่มีมากขึ้นทำให้แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ก่อนสั่งการให้เจ้าหน้าที่คุมเข้มทุกด่านพรมแดน โดยเฉพาะในเส้นทางธรรมชาติของ จ.นราธิวาส และสงขลา ที่มีหลายช่องทาง ประกอบกับน้ำในแม่น้ำโกลกเริ่มแห้งจึงสามารถเดินข้ามมาได้ทั้งที่ อ.ตากใบ อ.แว้ง และ อ.สุไหงโก-ลก จึงง่ายที่จะลักลอบเข้าเมือง



รั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย ใน อ.สะเดา จ.สงขลาถูกตัดชำรุดหลายจุด โดยจุดตัดรั้วชายแดนในอดีต มักถูกใช้ในการขนย้ายสิ่งผิดกฎหมาย แต่หลังการระบาดของไวรัส COVID-19 ถูกเปลี่ยนมาเป็นที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดตลอดแนวชายแดน

 

จากข้อมูลของกองทัพภาคที่ 4 พบว่า ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. 2563 ถึง เม.ย. 2564 มีผู้เดินทางเข้าเมืองผิดกฏหมายผ่าน 5 ด่านหลัก คือ สุไหงโก-ลก, เบตง, สะเดา, วังประจัน และตำมะลัง จำนวน 4,853 คน และเข้าเมืองถูกกฎหมาย 24,769 คน แต่หลังการผลักดันชาวต่างชาติกลับประเทศ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีคนเดินทางกลับมากขึ้น

โดยเฉพาะวันนี้ที่เป็นวันแรกในการเปิดรับคนไทยกลับประเทศ ทำให้เกือบทุกด่านมีคนไทยลงชื่อขอกลับจนเกือบเต็มโค้วต้า เช่นที่ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา วันนี้มีคนไทยที่ลงชื่อขอกลับ 119 คน ซึ่งส่วนใหญ่หนังสือเดินทางหมดอายุ อย่างพระสงฆ์รูปนี้เคยจำวัดที่รัฐปีนัง ก็ตัดสินใจกลับหลังการผลักดันชาวต่างชาติของมาเลเซีย

ความต้องการกลับประเทศที่มากขึ้นทำให้ด่านพรมแดนอำเภอสะเดาปรับมาเปิดให้บริการทั้ง 7 วัน จากปกติที่จะการเปิดรับสับดาห์ละ 3 วัน และเตรียมโรงแรมที่จะใช้เป็นพื้นที่กักตัวประมาณ 500 ห้อง เช่นเดียวกับใน จ.ยะลา นราธิวาส และสตูลก็ได้มีการเตรียมพื้นที่รองรับคนไทยที่จะเดินทางกลับมากขึ้น

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน