กองทัพภาคที่ 4 คุมเข้มชายแดนใต้รับมือ COVID-19

กองทัพภาคที่ 4 คุมเข้มชายแดนใต้รับมือ COVID-19

กองทัพภาคที่ 4 คุมเข้มชายแดนใต้รับมือ COVID-19

รูปข่าว : กองทัพภาคที่ 4 คุมเข้มชายแดนใต้รับมือ COVID-19

แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่สงขลา ตรวจความพร้อม รพ.สนามในค่ายทหารรองรับผู้ติดเชื้อ COVID-19 และตรวจพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ด่านสะเดา สกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง หลังมาเลเซียขีดเส้นผลักดันแรงงานต่างชาติออกนอกประเทศภายใน 21 เม.ย.นี้

วันนี้ (20 เม.ย.2564) พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.รมน.ภาค 4 ตรวจความพร้อมตั้งโรงพยาบาลสนาม ที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 ค่ายมหาจักรีสิรินธร อ.นาทวี จ.สงขลา 

 

โดยใช้สถานที่โรงนอนของหน่วยฝึกทหารใหม่ จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ร่วมกับจังหวัดสงขลา รองรับผู้ป่วยติดเชื้อได้ 100 เตียง และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อลดการสัมผัส

สำหรับโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ จัดตั้งระบบความปลอดภัย และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างสูงสุด โดยแบ่งพื้นที่เป็นอาคาร 2 ชั้น

 

ชั้นที่ 1 สำหรับหอผู้ป่วย 40 เตียง และชั้น 2 เป็นหอผู้ป่วย 60 เตียง แบ่งเป็นห้องปฏิบัติงานของทีมแพทย์สนาม และจะใช้เทคโนโลยีในการดูแลรักษา เพื่อลดการสัมผัสระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ 

 

แม่ทัพภาคที่ 4 ยังร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ และแนวทางการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ที่ด่านศุลกากรสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อหารือและประสานการปฏิบัติ เตรียมความพร้อมรองรับคนไทยกลับเข้าประเทศ

หลังจากมาเลเซียขีดเส้นผลักดันชาวต่างชาติผิดกฎหมาย ต้องเดินทางออกจากประเทศก่อนวันที่ 21 เม.ย.นี้ เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัส COVID- 19 ในประเทศมาเลเซีย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ด่านตรวจคนเข้าเมือง และกองกำลังป้องกันชายแดน

 

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ได้ประสานจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ติดชายแดนมาเลเซียให้มีมาตรการรับมือ ทั้งเรื่องของสถานที่สำหรับรองรับกลุ่มแรงงานไทย และสั่งการให้หน่วยกำลังทุกหน่วย ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหน่วยงานสาธารณสุขปฏิบัติตามแผนมาตรการควบคุมโรคเช่นเดียวกับเมื่อระลอกแรก

 

ทุกฝ่ายได้ช่วยกันจนผ่านวิกฤติครั้งนั้นไปได้ และครั้งนี้ก็เช่นกัน เราจะผ่านไปได้อีกครั้งด้วยการดำเนินการต่างๆที่เข้มข้น

แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้สั่งเจ้าหน้าที่เข้มงวดมาตรการดูแล สกัดกั้นการเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติ ของแรงงานคนไทยที่ไปทำงานในมาเลเซีย จะต้องนำเข้ากระบวนการกักตัวทุกคน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา สร้างความตระหนักรู้ในมาตรการและความจำเป็นในการเฝ้าระวังป้องกันโรค 

 

สำหรับชายแดน อ.สะเดา เป็นที่แนวรั้วชายแนวที่มีระยะทางยาว และมักพบการลักลอบทำลายรั้วชายแดนบ่อยครั้ง โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 กองกำลังเทพสตรี ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ ได้เพิ่มความเข้มในการลาดตระเวนตรวจสอบ พร้อมประสานกับทุกภาคส่วน สกัดกั้นตามแนวชายแดนให้มีประสิทธิภาพ

กลับขึ้นด้านบน