โฆษก ตร.ยืนยัน "ร.ต.อ." สังกัดรถไฟผูกคอเสียชีวิตหลังป่วยโควิด

โฆษก ตร.ยืนยัน "ร.ต.อ." สังกัดรถไฟผูกคอเสียชีวิตหลังป่วยโควิด

โฆษก ตร.ยืนยัน "ร.ต.อ." สังกัดรถไฟผูกคอเสียชีวิตหลังป่วยโควิด

รูปข่าว : โฆษก ตร.ยืนยัน "ร.ต.อ." สังกัดรถไฟผูกคอเสียชีวิตหลังป่วยโควิด

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงยืนยัน ร.ต.อ.สังกัดรถไฟป่วย COVID-19 ผูกคอเสียชีวิตในห้องน้ำโรงพยาบาลสนามของโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวานนี้ (20 เม.ย.) คาดสาเหตุเครียดจากการป่วย โดยแพทย์เข้าช่วยเหลือนาน 1 ชั่วโมง

วันนี้ (21 เม.ย.2564) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณี ร.ต.อ.สังกัดกองบังคับการตำรวจรถไฟเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ระหว่างรักษาตัวจากการติดเชื้อ COVID-19 โดยยืนยันว่า ตำรวจที่เสียชีวิตคือ ร.ต.อ.บุญชู พรรณกลิ่น อายุ 59 ปี สังกัดกองบังคับการตำรวจรถไฟ ติดเชื้อ COVID-19 และอยู่ระหว่างการรักษาตัว ซึ่งไม่ได้เสียชีวิตจากโรค COVID-19 แต่มีสาเหตุจากความเครียด เพราะเป็นต้นเหตุให้คนในครอบครัว มีภาวะความเสี่ยงในการติดเชื้อไปด้วย 

ไม่อยากให้เกิดข่าวที่คลาดเคลื่อนสับสนในสังคมและกระทบกับจิตใจของครอบครัวของนายตำรวจนายนี้ 

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ตำรวจที่เสียชีวิตคือ ร.ต.อ.บุญชู พรรณกลิ่น อายุ 59 ปี สังกัดกองบังคับการตำรวจรถไฟ โดยติดเชื้อ COVID-19 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อ 18 เม.ย.64 และวันที่ 20 เม.ย. ย้ายขึ้นมารักษาที่ชั้น 11 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีอาการแย่ลง ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง ต่อมาพบว่าเวลา 15.00 น. ได้ลุกมาเข้าห้องน้ำ และหายไปนานกว่า 1 ชั่วโมง พยาบาลได้เปิดประตูห้องน้ำ พบว่าผูกคอเสียชีวิตในห้องน้ำ

 

ตอนนี้มีตำรวจที่ติดเชื้อ COVID-19 เข้ารักษาที่โรงพยาบาล  412 คน และกระจายรักษาตัวในโรงพยาบาลต่างๆ 

ด้านพล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า กรณีของนายตำรวจนายนี้ หลังจากพยาบาลเข้าไปพบว่าผูกคออยู่ ได้มีการช่วยเหลือโดยใช้เวลาช่วยชีวิตประมาณ 1 ชั่วโมงตั้งแต่ 16.00-17.00 น. แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตกลับมาได้ เบื้องต้นญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต แต่ยังต้องมีการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงตามขั้นตอน

 

ทั้งนี้พล.ต.ท.นพ.พรชัย สุธีรคุณ นายแพทย์ (สบ8) โรงพยาบาลตำรวจ ยืนยันว่า โรงพยาบาลตำรวจมีมาตรฐานในการดูแลผู้ติดเชื้อโดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการให้พักรักษาตัวสังเกตอาการที่โรงพยาบาลสนาม  และหากพบว่า มีอาการทรุดตัวลง จะย้ายผู้ป่วยไปรักษายังหอผู้ป่วยของโรงพยาบาลตำรวจต่อไป ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ในมาตรฐานการรักษาผู้ป่วย แม้ว่าจะมีขีดความสามารถเกี่ยวกับเตียงในการรองรับผู้ติดเชื้อก็ตาม แต่ยืนยันไม่กระทบกับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของแพทย์

รพ.ตำรวจมีมาตรการในการรับมือกับภาวะความเครียดของตำรวจทุกนายอย่างใกล้ชิด มีหน่วยงานที่ให้คำปรึกษา เพื่อลดภาวะความเครียดของผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ แต่แนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน บางครั้งการคัดกรองอาจจะทำได้ยาก

อีกทั้งสถานพยาบาลขณะนี้ มีปัญหาการรองรับผู้ติดเชื้อไม่เพียงพอต่อผู้ป่วยแต่ละวัน จึงทำให้มีการส่งตัวผู้ติดเชื้อมายังโรงพยาบาลสนามของโรงพยาบาลตำรวจ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประวัติ หรือภาวะความเครียดย้อนหลังก่อนเข้ามารักษาตัวได้

 

 

กลับขึ้นด้านบน